JSSR WEBBOARD
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ยินดีต้อนรับ,บุคคลทั่วไป. 'กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.'
กันยายน 03, 2014, 09:05:12 AM
ข่าว:

หน้า: [1] 2
ผู้เขียน หัวข้อ: ข่าวฝนตกน้ำท่วม /2556  (อ่าน 1147 ครั้ง)

Group: ผู้ดูแลระบบ
วีรบุรุษนักโพสต์
*****

+1/-0
กระทู้: 10306
แม่น้ำเมยล้นตลิ่งท่วมเกือบทั้งหมู่บ้าน

แม่น้ำเมยล้นตลิ่งท่วมหมู่บ้านในอ.แม่สอด จ.ตาก รถยนต์5คันจมน้ำ ราษฎรนับพันต้องอพยพขึ้นบนที่สูง

ปริมาณน้ำในแม่น้ำเมย ที่ล้นตลิ่งหลังจากที่ฝนตกลงอย่างหนัก ได้ไหลทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชน
ที่บ้านแม่กุน้อย และบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง ต.แม่กุ อ.แม่สอด จ.ตาก และมีรถยนต์ของชาวบ้านไม่น้อยกว่า
5 คัน ถูกกระแสน้ำพัดหายไปในแม่น้ำเมย

บ้านเรือนประชาชนเกือบทั้งหมู่บ้านจมอยู่ในน้ำ ประชาชนนับ 1,000 คน ต้องอพยพขนข้าวของ
เครื่องใช้จำเป็นหนีไปอาศัยวัดดอยพระธาตุ ที่บ้านแม่กุใหม่ท่าซุง เพราะเป็นจุดที่อยู่บนดอยสูง
บางส่วนไปอาศัยอยู่ที่วัดแดนอาณาเขต

ทั้งนี้ ถนนที่เชื่อมระหว่างหมู่บ้านกับหมู่บ้านอื่นๆ ถูกตัดขาดทั้งหมด ทำให้ทั้ง 2 หมู่บ้าน
น้ำท่วมหนักจมบาดาลและไม่สามารถเดินทางไป-มา ได้ ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

ขณะนี้ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม ผู้สูงอายุหลายรายเริ่มเจ็บป่วย
และยังขาดแคลนยาเวชภัณฑ์ ราษฎรของทั้ง 2 หมู่บ้าน กำลังต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน

ที่มา:Post today
.........................

ชาวบ้านแม่สอดขนของหนีขึ้นวัดวุ่น-หลังน้ำเมยทะลักล้นตลิ่งไม่หยุด

ตาก- ชาวบ้านแม่กุท่าซุง และแม่กุน้อยชายแดนแม่สอด นับ 1,000 คน
ต้องขนข้าวของอพยพหนีน้ำท่วมไปอยู่วัดดอยพระธาตุ หลังเจอน้ำท่วมทั้งหมู่บ้าน
ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก รถยนต์หลายคันถูกกระแสน้ำพัดหาย
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.แม่สอด จ.ตาก ว่า วันนี้(30 ก.ค.56) น้ำจากแม่น้ำเมย
ชายแดนไทย-พม่า ได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรบ้านแม่กุน้อย และบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง
ต.แม่กุ อ.แม่สอด จ.ตาก เกือบทั้งหมู่บ้าน มีเพียงไม่กี่หลังคาที่ตั้งอยู่บนเนินรอดพ้นจากกระแสน้ำครั้งนี้
และถนนที่เชื่อมกับหมู่บ้านอื่นๆ ก็ถูกน้ำท่วม ทำให้ไม่สามารถเดินทางไป-มา ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
ทำให้ชาวบ้านนับ 1,000 คน ต้องอพยพขนข้าวของเครื่องใช้จำเป็นหนีไปอาศัยวัดดอยพระธาตุ
บ้านแม่กุใหม่ท่าซุง เพราะเป็นจุดที่อยู่บนดอยสูง และบางส่วนไปอาศัยอยู่ที่วัดแดนอาณาเขตชั่วคราว
       
       ล่าสุดระดับน้ำแม่น้ำเมย ที่ล้นตลิ่ง ยังคงไหลเข้าท่วมหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง และมีรายงานด้วยว่า
รถยนต์ของชาวบ้านหลายคัน ถูกกระแสน้ำพัดหายไปในแม่น้ำเมยด้วย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 กรกฎาคม 2556 10:20 น
............................

โคราชฝนตกหนักน้ำล้นเขื่อนพิมาย


โคราชฝนตกหนักต่อเนื่องน้ำล้นเขื่อนพิมาย เตือนประชาชนริมลำน้ำมูลรับมือน้ำเอ่อท่วมบ้านเรือน


วันนี้ (30 ก.ค. 56) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า ฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่อง
ในพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้ลำน้ำสายต่างๆ มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะลำน้ำมูลในพื้นที่ อ.พิมาย ซึ่งรับน้ำจากลำตะคอง ลำบริบูรณ์ และลำเชียงไกร ไหลมารวมกัน
ทำให้เกิดน้ำล้นช่องระบายน้ำของเขื่อนพิมายทั้ง 2 ฝั่ง

นายกิติกุล เสภาศีราภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ กล่าวว่า
ปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนขณะนี้มีน้ำไหลผ่านเขื่อนพิมายเฉลี่ยวันละ
2.9 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงกว่าปริมาณประตูระบายน้ำจะกักเก็บไว้ได้ประมาณ 1.5 เมตร
ทำให้มีน้ำไหลออกทางช่องน้ำล้นทั้ง 2 ฝั่ง ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดน้ำล้นตลิ่งไหลไปท่วม
บ้านเรือนชาวบ้านเหนือเขื่อน

อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เปิดประตูระบายน้ำเขื่อนพิมายทั้ง 6 บานขึ้น 1 เมตร
เพื่อช่วยระบายน้ำออกอีกทาง แต่เนื่องจากขณะนี้ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และ
เขื่อนพิมายก็รับน้ำมาจากลำน้ำหลายสาย จึงประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมลำน้ำมูล
ให้เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง และเตรียมความพร้อมเก็บข้าวของเครื่องใช้ขึ้นที่สูงไว้ก่อน
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย


ที่มา:Posttoday30 กรกฎาคม 2556 เวลา 15:37 น.
............................................

คนน่านวิตกหนัก ดินสไลด์ ถนนทรุดระนาว-เตือน 6 ชุมชนเมืองย้ายของด่วน

น่าน - เทศบาลเมืองน่านส่งรถติดเครื่องขยายเสียงประกาศเตือนชาวบ้าน 6 ชุมชนริมน้ำน่าน
เก็บข้าวของขึ้นที่สูงด่วนเตรียมรับมือน้ำน่านทะลัก ขณะที่ชาวบ้านหลายพื้นที่วิตกหนัก
หลังเกิดดินสไลด์-ถนนทรุดระนาว แขวงการทางฯ สั่งปิดทางขึ้นดอยภูคาชั่วคราวแล้ว
       
       วันนี้ (30 ก.ค.) นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีฯ ได้นำรถยนต์ติดเครื่องขยายเสียงประกาศ
แจ้งเตือนประชาชนบ้านริมแม่น้ำ 6 ชุมชน ได้แก่ บ้านภูมินทร์, บ้านท่าลี่, บ้านพวงพะยอม,
บ้านดอนศรีเสริม, บ้านพญาภู และบ้านสวนตาล ให้เก็บข้าวของเครื่องใช้ขึ้นที่สูง และ
ติดตามฟังข่าวสารการแจ้งเตือนอย่างใกล้ชิด
       
       พร้อมกับประสาน พล.ต.ชีวัน โหละบุตร ผบ.จังหวัดทหารบกน่าน นำกำลังทหารเข้าช่วย
ชาวบ้านขนย้ายข้าวของหนีน้ำ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 6 จุดเพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์
น้ำที่จะไหลมาจากทางสายเหนือเพื่อป้องกันน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ
       
       นายกเทศมนตรีเมืองน่านกล่าวว่า ขณะนี้เข้าสู่จุดวิกฤตแล้ว น้ำได้ไหลเข้าจุดที่การสร้าง
พนังกั้นน้ำยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งมีหลายจุดที่จะทำให้น้ำไหลเข้าท่วม แต่ก็ถือเป็นการทดสอบพนังกั้นน้ำ
ที่กำลังสร้าง โดยเฉพาะจุดที่สร้างเสร็จตลอดริมน้ำน่านที่มีความยาวกว่า 2 กิโลเมตร และขอให้
ประชาชนช่วยตรวจสอบบริเวณที่สร้างเสร็จแล้วจุดไหนที่ยังมีความบกพร่องน้ำยังสามารถเล็ดลอด
เข้าได้เพื่อจะได้เข้าไปแก้ไข
       
       อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องยังทำให้เกิดดินสไลด์ ถนนทรุดหลายจุด
โดยเฉพาะเส้นทางไปสู่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จนแขวงการทางน่านที่ 2 ต้องประกาศปิดเส้นทางชั่วคราว
พร้อมกับนำเครื่องจักรเข้าซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนแล้ว
       
       นอกจากนี้ยังพบด้วยว่า ถนนเส้นทาง 1148 ท่าวังผา จ.น่าน-เชียงคำ จ.พะเยา
ถูกน้ำกัดเซาะถนนเสียหาย ผู้ใช้ถนนสายดังกล่าวต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
       
       ขณะที่ชาวบ้านป่าเลา หมู่ที่ 6 ต.พระพุทธบาท อ.เชียงกลาง จ.น่าน กำลังหวาดวิตกกับ
สภาพดินที่ทรุดตัวกัดเซาะแนวตลิ่ง โดยเฉพาะที่บ้านนางจันทร์ดี นิลคง บ้านเลขที่ 153 หมู่ที่ 6
น้ำป่าจากลำห้วยหุยได้กัดเซาะจนทำให้ดิน-เสาบ้านทรุดลง หลังจากเล้าไก่ และคอกหมูที่อยู่
ริมห้วยถูกน้ำพัดหายไปเรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นผนังปูนบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้เกิดรอยร้าว
จนเกรงจะไม่ปลอดภัยต้องอพยพไปอยู่บ้านญาติใกล้เคียงแทน พร้อมๆ กับเร่งหาไม้ไผ่
มาทำพนังกั้นตลิ่งริมลำห้วยหุย หวังช่วยต้านแรงน้ำระดับหนึ่ง
       
       ชาวบ้านบอกว่า การขุดลอกแม่น้ำน่านทำให้กระแสน้ำไหลเร็วจนเกิดการเซาะตลิ่งและ
เข้าท่วมบ้านเรือน ไร่นา วอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างเขื่อนหรือพนังกั้นน้ำ
ซึ่งขอมาหลายปีก็ยังไม่ได้
       
       ด้านนายกาจพล เอิบสุขสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมเจ้าหน้าที่ป้องกันและ
บรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ร่วมกับเทศบาลตำบลพระพุทธบาท อ.เชียงกลาง ได้เข้าสำรวจ
ความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือ เร่งจัดสรรงบประมาณมาช่วยซ่อมแซม
       
       ขณะที่เขตเมือง น้ำจากลำน้ำน่านเริ่มทะลักเข้าสู่ชุมชนที่อยู่ริมน้ำมากขึ้น
โดยเฉพาะที่บ้านพญาภูน้ำเอ่อล้นจากบริเวณที่การก่อสร้างพนังกั้นน้ำริมน้ำน่าน
ยังไม่แล้วเสร็จเข้าสู่ย่านชุมชนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเทศบาลเมืองน่านได้นำกระสอบทราย
ไปอุดบริเวณดังกล่าวแล้วก็ตาม แต่น้ำก็ยังทะลักเข้ามาเรื่อยๆ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 กรกฎาคม 2556 12:48 น. 
.............................

สั่งเฝ้าระวังเตือน5อำเภอเสี่ยงน้ำป่า-ดินถล่ม

ผู้ว่าฯพิษณุโลกสั่งเฝ้าระวัง 5 อำเภอเสี่ยง น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม

นายปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เดินทางไปตรวจสถานการณ์น้ำในพื้นที่
บ้านห้วยน้ำไซ หมู่ 15 ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย เพื่อเตือนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว 
หลังจากมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บ้านห้วยน้ำไซ ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงของ
อ.นครไทยอีกแห่งหนึ่งที่จะมีน้ำป่าไหลหลาก มาเป็นประจำทุกปี

ทั้งนี้เพื่อป้องกันความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน หากเกิดน้ำป่าไหลหลาก
โดยให้ประชาชนเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ รายงานอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
และหากมีฝนตกลงมามากกว่าที่กำหนด ก็ให้รีบขนของขึ้นที่สูงโดยเร็ว
อีกทั้งอยู่ในที่สถานที่ปลอดภัย

ทั้งนี้ สำหรับในพื้นที่ของจังหวัดพิษณุโลก มีพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลาก
น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่มมี 5 อำเภอ คือ อ.นครไทย อ.ชาติตระการ อ.วังทอง
อ.วัดโบสถ์ และ อ.เนินมะปราง ซึ่งหากมีปริมาณฝนตกลงมากก็จะมีมิสเตอร์เตือนภัย
รายงานมาที่ทางจังหวัด เพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มที่

โดยเฉพาะที่ หมู่ 15 ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย และ ต.ชมพู อ.เนินมะปราง
ที่มักเกิดบ่อยเป็นประจำทุกปี แต่ละหมู่บ้านที่เสี่ยงก็จะคอยประสานความร่วมมือกัน
และจะมีถ้วยวัดปริมาณน้ำฝน ประจำทุกหมู่บ้าน หากเกิด 100 มิลลิเมตร
ก็จะมีการเตือนให้ประชาชนในหมู่บ้านอพยพทันที

ที่มา:Post today30 กรกฎาคม 2556 เวลา 21:28 น.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 30, 2013, 11:37:43 PM โดย admin »
   

Group: ผู้ดูแลระบบ
วีรบุรุษนักโพสต์
*****

+1/-0
กระทู้: 10306
 กาญจน์เตือน 4 อำเภอระวัง "น้ำป่า-ดินถล่ม"

กาญจนบุรี - จังหวัดกาญจนบุรีเตือนภัย 4 อำเภอ "สังขละบุรี ไทรโยค ทองผาภูมิ และศรีสวัสดิ์"
ระวังน้ำป่าและดินถล่ม ปภ.กาญจน์เตือนขับรถระวังน้ำป่าจากป่าเกริงกาเวีย ทะลักท่วมถนน
สายทองผาภูมิ-สังขละบุรี
       
       เมื่อเวลา 18.00 น.วันนี้ (30 ก.ค.56) นายเอกภพ จันทร์เพ็ญ หัวหน้าสำนักงานป้องกัน
และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.) กาญจนบุรี เปิดเผยกรณีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมถนน
สายทองผาภูมิ-สังขละบุรีว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันนี้ ตนได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า
มีน้ำป่่าไหลหลากลงท่วมผิวการจราจรบนถนนสายทองผาภูมิ-สังขละบุรี ช่วงหลักกิโลเมตรที่
500+500 ถึง 500+600 พื้นที่หมู่ที่ 4 บ้านอู่ล่อง ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
       
       โดยน้ำป่าได้ไหลหลากจากพืนที่ป่าเกริงกาเวีย เข้าสู่ที่ราบต่ำจึงเอ่อท่วมผิวการจราจร
และบ้านเรือนราษฎรที่อยู่อาศัยในบริเวณข้างทาง มีระดับน้ำสูงจากถกพื้นผิวถนนประมาณ 50 ซม.
ทำให้รถยนต์เล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้
       
       ดังนั้น ทาง ปภ.จึงได้รายงานให้นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี
ทราบและประสานงานกับทางอำเภอทองผาภูมิ แขวงการทางกาญจนบุรี การไฟฟ้าภูมิภาค และ
 อบต.ท่าขนุน รวมถึงแจ้งขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ เพื่อขออาสาสมัครเพื่อ
ช่วยเหลือประชาชนที่สัญจรไปมา และให้ประชาสัมพันธ์รวมถึงทำป้ายหรือสัญญลักษณ์จราจร
แจงให้ผู้เส้นทางให้ระมัดระวังในการสัญจนผ่านจุดดังกล่าวต่อไป
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพน้ำท่วมผิวถนนสายทองผาภูมิ-สังขละบุรี ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 500+500
 ถึง 500+600 พื้นที่ หมู่ที่ 4 บ้านอู่ล่อง ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เกิดขึ้นเกือบทุกปี
เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ราบลุ่มเป็นแอ่งกระทะ โดยเมื่อปี 2555 ที่ผ่านมาเกิดปัญหาดินถล่ม
ปิดเส้นทางดังกล่าวมาแล้ว จนทำให้เสาไฟฟ้าล้มจำนวนเกือบ 10 ต้น และรถไม่สามารถสัญจนผ่านไปมาได้
       
       มีรายงานข่าวล่าสุดว่า นายกาฬพล แก้วประพาฬ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี
ได้มีหนังสือด่วนที่สุดที่ กจ.0021/ว152 ถึงนายอำเภอสังขละบุรี นายอำเภอไทรโยค
นายอำเภอทองผาภูมิ และนายอำเภอศรีสวัสดิ์ รวมถึงส่วนราชการที่เกียวบ้ง และ อปท.ในแต่พื้นที่
ให้เฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรบมือสภาวะน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม เนื่องจากมีฝนตก
ติดต่อกันหลายวันมีมากกวา 150 มิลลิเมตร ทำให้ดินภูเขาเกิดภาวะชุ่มน้ำอาจจะทำให้เกิดเหตุดินถล่มได้


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 กรกฎาคม 2556 20:52 น. 
 
   

Group: ผู้ดูแลระบบ
วีรบุรุษนักโพสต์
*****

+1/-0
กระทู้: 10306
น้ำท่วมหนักในพม่า ประชาชนต้องอพยพกว่า 25,000 คน

เอเอฟพี - ประชาชนชาวพม่าเกือบ 25,000 คน ต้องอพยพไปอาศัยค่ายพักแรมชั่วคราว
หลังเกิดเหตุน้ำท่วมในพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศ เจ้าหน้าที่ของทางการพม่าระบุวันนี้ (31)
ขณะที่ทีมช่วยเหลือบรรเทาทุกข์พยายามเข้าถึงพื้นที่ห่างไกลที่ประสบภัย
       
       ชุม เร ผู้อำนวยการกรมสวัสดิการสังคม บรรเทาทุกข์และการตั้งถิ่นฐาน ระบุว่า
ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องหลายวันทำให้เกิดน้ำท่วมสูงในรัฐกะเหรี่ยง ส่งผลให้ประชาชน
หลายพันคนต้องอพยพไปพักในค่ายบรรเทาทุกข์เกือบ 80 แห่ง
       
       “ผู้ประสบภัยจากเหตุน้ำท่วมที่ต้องอพยพมีทั้งหมด 24,499 คน ในรัฐกะเหรี่ยง”
ชุม เร กล่าว และให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ประชาชนอีกหลายร้อยคนต้องไร้ที่อยู่อาศัยทั้งในรัฐมอญ และรัฐยะไข่
       
       “เป็นเรื่องที่ยากลำบากมากที่จะเข้าถึงพื้นที่ประสบภัย เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้าย
และปัญหาดินถล่ม” นายชุม เร กล่าว
       
       ฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ยังทำให้หลายพื้นที่ที่อยู่ในฝั่งพรมแดนไทยเกิดน้ำท่วมเช่นกัน
เช่นใน อ.แม่สอด จ.ตาก ของไทย แม้ระดับน้ำในบริเวณตัวเมืองลดลงแล้ว
แต่ระดับน้ำในพื้นที่รอบนอกยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับด่านชายแดน
       
       “สถานการณ์เลวร้ายที่สุดเมื่อวันจันทร์ หลังฝนตกหนักติดต่อกัน 4 วันบนภูเขา
แต่สะพานที่เชื่อมระหว่าง 2 ประเทศยังคงเปิดให้สัญจร” เจ้าหน้าที่ กล่าว
       
       บางพื้นที่ของไทย และพม่าต้องประสบกับภัยน้ำท่วมทุกปีในระหว่างช่วงฤดูมรสุมที่
จะสิ้นสุดลงประมาณเดือน ต.ค.


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 31 กรกฎาคม 2556 15:00 น. 
   

Group: ผู้ดูแลระบบ
วีรบุรุษนักโพสต์
*****

+1/-0
กระทู้: 10306
กระบี่อ่วม! ฝนหนัก 2 วันน้ำท่วมแล้วหลายพื้นที่ เตือน 8 อ.ระวังดินโคลนถล่ม   


กระบี่ - เกิดฝนตกหนัก 2 วันติดต่อกัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของ อ.เกาะลันตาและ อ.เมือง
ด้าน ปภ.กระบี่ประกาศเตือน 8 อำเภอเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม
       
       เมื่อเวลา 09.30 น.วันนี้ (2 ส.ค.) นายเถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและ
บรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จากปริมาณฝนที่ตกหลงมาอย่างหนักต่อเนื่อง ตลอด 2 วัน
จนถึงเช้าวันนี้ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของตำบลอ่าวนาง โดยเฉพาะย่านแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เช่น
ถนนอ่าวนางซอย10 และซอย11 น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนแล้ว 5 หลัง
       
       นอกจากนี้มีน้ำท่วมถนนสายนพรัตน์ธารา-คลองแห้ง หน้าเวทีมวยอ่าวนาง ระดับน้ำสูงประมาณ
30 - 50 เซนติเมตร ส่งผลให้รถจักรยายยนต์ ไม่สามารถวิ่งผ่านได้ จ้าหน้าที่กองป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัยองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง นำรั้วเหล็กมากั้นไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้รถวิ่งผ่าน และ
ที่หน้าโรงเรียนบ้านอ่าวนาง ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ น้ำจากเขาอ่าวนาง ไหลลงมา ท่วมถนน
ตลอดระยะ ทาง 1 กิโลเมตร พัดพาเอาเศษดินและขยะลงมาด้วย ทำให้รถวิ่งผ่านด้วยความยากลำบาก
นอกจากนี้ต้นสนที่อยู่ริมถนนหน้าหาดนพรัตน์ธารา ล้มลงมาทับถนน ทำให้รถทุกชนิดวิ่งผ่านไม่ได้
เจ้าหน้าที่อบต.อ่าวนาง เร่งเคลียพื้นที่จนรถสามารถวิ่งผ่านได้ตามปกติแล้ว
       
       ส่วนพื้นที่ ตำบลทับปริก อำเภอเมืองกระบี่ น้ำในคลอง ทับปริก คลองกระบี่ใหญ่
เพิ่มปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มไหลเข้าบ้านเรือนประชาชนแล้ว โดยเฉพาะบริเวณบ้านห้วยน้ำแก้ว
ม.6 ต.ทับปริก หลังหมู่บ้านแกรนด์วิลเลจ เนื่องจากฝนตกหนัก จนระบายไม่ทัน ประชาชนที่ อาศัยริมน้ำ
ได้ขนย้ายทรัพย์สินไว้ที่สูงแล้ว และเตรียมพร้อม อพยพ เนื่องจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ในพื้นที่ ต.เกาะลันตาใหญ่ อ.เกาะลันตา น้ำได้ไหลท่วมบนถนนแต่รถยังสามารถสัญจรไปมาได้
       
       หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ กล่าวอีกว่า
ในระหว่างวันที่ 2-5 สิงหาคม 56 ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคุลมฝั่งอันดามัน
ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ทำให้มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ปริมาณฝน
ร้อยละ 90 ของพื้นที่ ปริมาณน้ำฝนสะสมช่วง 2 วันนี้ สูงเกือบ 200 มิลลิเมตร
ประกาศเตือนประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงทั้ง 8 อำเภอ เฝ้าระวังอันตรายจาก
ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม ส่วนทะเลคลื่นมีลมแรงคลื่นสูง 2-3 เมตร
เรือเล็กงดออกจากฝั่งในระยะนี้
 
     
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 สิงหาคม 2556 12:41 น.

.......................


เขื่อนปากมูลเปิดประตูระบายน้ำทิ้งหลังแม่น้ำโขงและแม่น้ำมูลหนุนสูงรวมทั้งรองรับน้ำฝนพายุเชบี


นายวันชัย  สุทธิวรชัย  ผวจ.อุบลราชธานี  กล่าวว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
กองโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร สำนักชลประทานที่ 7 อุบลราชธานี สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
นักวิชาการ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม มีมติในที่ประชุมได้เห็นชอบให้มีการเปิด
ประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล ทั้ง 8 บาน ในวันที่ 12 ส.ค.นี้เพื่อเป็นการบริหารจัดการน้ำป้องกัน
น้ำท่วมในพื้นที่จ.อุบลราชธานี และ ให้ปลาจากแม่น้ำโขงว่ายขึ้นมาวางไข่ในแม่น้ำมูล
หลังจากแม่น้ำโขงและแม่น้ำมูลหนุนสูง
 
นอกจากนี้เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับพายุโซนร้อนเชบี 
ซี่งจะส่งผลกระทบทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกเพิ่มมากขึ้นและจ.อุบลราชธานี
เป็นพื้นที่ปลายทางของแม่น้ำมูล น้ำชีและแม่น้ำโขง จะทำให้น้ำที่มีปริมาณมากจากทางเหนือของ
จ.อุบลราชธานี  ไหลมารวมกันที่จ.อุบลราชธานี  ซึ่งสถานการณ์น้ำในปัจจุบันปริมาณน้ำในแม่น้ำมูล
และแม่น้ำโขงได้เพิ่มสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา
 
ทั้งนี้ข้อมูลระดับน้ำของแม่น้ำมูล และ แม่น้ำโขง ในปี 2555 และ ปี 2556 พบว่า
ในวันที่ 15 ก.ค.2555 ระดับน้ำโขง อยู่ที่ 96.35 เมตร และ วันที่ 1 ส.ค.2556 ระดับ
น้ำโขงอยู่ ที่ 101.65 เมตร ซึ่งถือว่า ปีนี้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงสูงกว่าปีที่แล้วประมาณ 5 เมตร

ขณะที่ ระดับน้ำมูล ในวันที่ 15 ก.ค. 2555 อยู่ 107.49 เมตร เมตร และ วันที่ 1 ส.ค.2556
ระดับ น้ำมูลอยู่ ที่ 109.07 เมตร ซึ่งถือว่าสูงกว่าปีที่แล้วเช่นเดียวกัน อีกทั้ง สภาพอากาศในช่วงนี้
จะมีพายุโซนร้อน เชบี จะทำให้ในช่วงวันที่ 2-5 ส.ค. 2556 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ตอนล่างจะมีฝนตกหนัก

ที่มา:Posttoday02 สิงหาคม 2556 เวลา 14:11 น

..........................

พม่าอพยพ 3หมื่นคนหนีน้ำท่วม
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์


สื่อทางการพม่าเผยน้ำท่วมฉับพลันในภาคตะวันออกของพม่า ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 คน
ชาวบ้านหลายหมื่นคนต้องอพยพไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว

หนังสือพิมพ์นิว ไลท์ ออฟ เมียนมาร์ ของทางการพม่ารายงานว่า
ประชาชนเกือบ 33,500 คน ต้องอพยพไปอาศัยในศูนย์พักพิง 79 แห่งในรัฐกะเหรี่ยง
หลังฝนตกหนักในพื้นที่มาตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคมจนเกิดน้ำท่วมใหญ่
คร่าชีวิตประชาชนสามคน และสูญหายอีก 1 คน ถนนถูกตัดขาดจากเหตุดินถล่ม
โรงเรียน 245 แห่งต้องปิดการเรียนการสอน

ในรัฐมอญที่ใกล้เคียงกันประชาชนอีก 4,700 คน ถูกน้ำท่วมไร้ที่อยู่อาศัยชั่วคราว
แต่บางส่วนกลับเข้าไปอาศัยในบ้านได้แล้ว

นอกจากนี้ สื่อของทางการพม่ายังเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี
ไปจนถึงทางตะวันตก เตรียมตัวรับมือกับฝนตกหนักในระยะนี้ และต้องระวังอันตรายจากไฟฟ้าดูด
งูกัด ดินถล่ม และต้นไม้ล้ม โดยหลายพื้นที่ของพม่าถูกน้ำท่วมทุกปีระหว่างช่วงฤดูมรสุมซึ่งสิ้นสุด
ในเดือนตุลาคม

ด้านสหประชาติเปิดเผยว่า ได้ส่งยารวมทั้งยาเม็ดฆ่าเชื้อโรคในน้ำมาให้ทั้งสองรัฐแล้ว


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 02, 2013, 10:35:56 PM โดย admin »
   

Group: ผู้ดูแลระบบ
วีรบุรุษนักโพสต์
*****

+1/-0
กระทู้: 10306
ฝนถล่มภูเก็ตป่าตองท่วมสูงครึ่งเมตร


ฝนถล่มภูเก็ตป่าตองน้ำท่วมขังสูงกว่า 50 ซม.รถเล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้


ฝนตกหนักติดต่อกันเป็นวัน 2 ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ทำให้บริเวณถนนผังเมือง สาย ก
และซอยแสนสุข เทศบาลเมืองป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เกิดน้ำท่วมขังบนพื้นผิวการจราจร
ความสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ทำให้รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ขณะที่รถใหญ่ต้องสัญจร
ด้วยความยากลำบาก
 
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรต้องลงพื้นที่ช่วยอำนวยความสะดวก พร้อมติดป้ายแจ้งเตือน
ประชาชน และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว รวมทั้งต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวัง
ขณะเดียวกัน ยังพบผู้ที่ฝ่าฝืนพยายามขับรถฝ่ากระแสน้ำเป็นจำนวนมาก จนทำให้มีรถจักรยานยนต์ดับ
ระหว่างทางหลายคัน

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองป่าตอง เร่งเดินเครื่องสูบน้ำ
เพื่อระบายน้ำขังจากจุดดังกล่าว พร้อมทั้งเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด

ด้านนายวีระ เกิดศิริมงคล นายอำเภอกะทู้ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาน้ำท่วม
ในพื้นที่ป่าตอง พบว่าถนนแต่ละสายน้ำยังท่วมสูงประมาณ 50 เซนติเมตร โดยในพื้นที่ป่าตอง
ยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะใช้เวลาในการระบายน้ำลงทะเลพอสมควร
แต่ถ้าฝนหยุดตกสภาพน้ำท่วมในพื้นที่ป่าตอง ก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเร็ว
 
ที่มา:Posttoday 02 สิงหาคม 2556 เวลา 21:15 น.

.....................

ลาวส่งสัญญาณน้ำโขงเอ่อ อุทกภัยเริ่มแล้วหวั่นซ้ำรอย 2554

ASTVผู้จัดการออนไลน์ - ทางการลาวได้ออกเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำโขง
และริมน้ำสาขาตั้งแต่ภาคเหนือจดภาคใต้ให้ระวัง เนื่องจากระดับน้ำเอ่อขึ้นสูงหลังจากฝนตกหนัก
ติดต่อกันเป็นเวลาหลายวันในช่วงที่ผ่านมา และเกิดอุทกภัยเป็นวงกว้างใน 3 แขวงภาคกลาง
กับภาคเหนือ
       
       กรมอุตุนิยมวิทยาของลาว ได้ออกเตือนประชาชนที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำต่างๆ
ให้ระวังการน้ำท่วมใหญ่ในช่วงที่จะถึงนี้ ขณะที่น้ำในแม่น้ำโขงเริ่มขึ้นสูง
ลำน้ำลำเซต่างๆ ทั่วประเทศก็อยู่ในสภาพเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตที่ลุ่มทางภาคใต้
       
       ทางการได้ออกเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำลำเซ หรือในที่ลุ่มต่างๆ
 “ให้ระมัดระวังติดตามการเคลื่อนไหว รายงานเกี่ยวกับดินฟ้าอากาศตามสื่อต่างๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้ตลอดเวลา”
 สื่อของทางการรายงาน
       
       ฝนตกหนักเป็นเวลาหลายวันในช่วงปลายเดือน ก.ค. ได้ทำให้เกิดอุทกภัยในท้องที่เมือง
(อำเภอ) คอบ แขวง (จังหวัด) ไซยะบูลี เขตเมืองปากกะดิ่ง แขวงบอลิคำไซ และ
เมืองไซสมบูน แขวงเวียงจันทน์ ไปจนถึงแขวงเชียงขวางกับแขวงบ่อแก้ว
หลายท้องถิ่นได้รับความเสียหายอย่างหนัก หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ใหม่รายงาน
       
       ในแขวงไซยะบูลี มีราษฎรได้รับผลกระทบกว่า 1,900 คน บ้านเรือถูกน้ำพัดพาไป
จำนวน 5 หลัง น้ำท่วมยังสร้างความเสียหายแก่ระบบสาธารณูปโภคอีกจำนวนมากสื่อของทางการกล่าว
       
       ในแขวงเวียงจันทน์ ทางหลวงที่เชื่อมระหว่างไซสมบูนกับเมืองอื่นๆ ในแขวงเดียวกันกับ
แขวงเซียงขวางได้รับความเสียหาย ระบบชลประทานกว่า 10 แห่งถูกทำลาย
       
       ส่วนในบอลิคำไซ ถนนสายหลักในเขตเมืองปากกะดิ่ง ได้รับความเสียหายอย่างหนักเช่นกัน
และราษฎรหลายร้อยครอบครัวได้รับผลกระทบจากอุทกภัยขณะนี้ หนังสือพิมพ์รายวันของ
ทางการนครเวียงจันทน์กล่าว
       
       ไกลออกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ในคืนวันที่ 28 ก.ค. ในเขตเมืองห้วยทราย
แขวงบ่อแก้ว ที่อยู่ริมแม่น้ำโขงฝั่งตรงข้าม อ.เชียงของ จ.เชียงรายของไทย ฝนที่ตกหนักทำให้
น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมหมู่บ้านแห่งหนึ่งเป็นเวลานานกว่าครึ่งชั่วโมง บ้านเรือราษฎรได้รับผล
กระทบเกือบ 50 หลังคา
       
       “วัตถุสิ่งของของประชาชนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก เช่น เครื่องรับโทรทัศน์
ตู้เย็น จักรเย็บผ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ มีวัว ... กว่า 50 กว่า สัตว์ปีกอีกกว่า 250 ตัวล้มตาย”
 เวียงจันทน์ใหม่รายงาน
       
       ปี 2554 ปีเดียวกับที่เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบศตวรรษในหลายจังหวัดภาคเหนือ
และภาคกลางของไทยนั้น ภาคเหนือของลาวเองก็เกิดน้ำท่วมใหญ่ที่สร้างความเสียหาย
อย่างหนักเช่นกัน การซ่อมแซมถนน และสะพานในหลายท้องถิ่นยังดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน.
       

 โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 สิงหาคม 2556 04:35 น.

...............................

 ชาวบ้านปากีสถานในเมืองการาจียืนมองรถที่จมอยู่ใต้กระแสน้ำโคลนครึ่งคัน วานนี้(4)
 
 
       เอเอฟพี - เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ปากีสถานประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน วานนี้(4)
หลังยอดผู้เสียชีวิตจากฝนที่ตกหนักในฤดูมรสุมเพิ่มขึ้นเป็น 45 ราย ขณะที่ถนนหลายสาย
ในเมืองใหญ่ที่สุดอย่างการาจีถูกน้ำท่วมขังจนกลายเป็นอัมพาต
       
       ฝนที่ตกลงมาไม่ขาดสายทำให้หลายพื้นที่ในเมืองการาจีมีน้ำท่วมสูง
ส่วนที่จังหวัดไคเบอร์ปักตุนควาทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถานก็มี
บ้านเรือนถูกน้ำพัดเสียหายหลายหลัง
       
       ประเทศเพื่อนบ้านอย่างอัฟกานิสถานก็พบผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมฉับพลันแล้วกว่า 40 ราย
โดยเฉพาะในเขตสุโรบี ทางตะวันออกของกรุงคาบูล
       
       สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติปากีสถานเตือนว่า วันนี้(5) จะมีพายุฝนฟ้าคะนองเพิ่มเติม
ซึ่งอาจส่งผลให้แม่น้ำบางสายเอ่อล้นตลิ่ง
       
       สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีชาวบ้านปากีสถานเสียชีวิตจากอุทกภัยแล้วอย่างน้อย 45 ราย
เฉพาะที่เมืองการาจีเจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 คน ไม่รวมอีก 20 ศพ
ทางตะวันตกเฉียงเหนือ และอีก 6 รายในจังหวัดบาลูจิสถานทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ
       
       ดร. เซมี ญามาลี แพทย์ประจำโรงพยาบาลจินนาห์ในเมืองการาจี เปิดเผยว่า
ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ถูกไฟฟ้าดูด หรือไม่ก็ถูกหลังคาและกำแพงบ้านพังลงมาทับ
       
       นายกรัฐมนตรี นาวาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน ได้ส่งรัฐมนตรี 3 คงลงพื้นที่สำรวจ
ความเสียหายในเขตน้ำท่วมแล้ว ขณะที่ฝ่ายบริหารเมืองการาจี ซึ่งเป็นบ้านของพลเมือง 18 ล้านคน
และเป็นแหล่งรายได้ถึง 42% ของจีดีพีปากีสถาน ระบุว่าอาจต้องใช้เวลาราว 2 วันจึงจะสามารถระบายน้ำ
และเก็บกวาดตลาด, อาคารบ้านเรือน และท้องถนนที่ถูกน้ำท่วมขังให้กลับคืนสู่สภาพปกติได้
       
       ปากีสถานต้องประสบภัยน้ำท่วมในฤดูมรสุมมาตลอด 3 ปีซ้อน ซึ่งรวมถึงอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุด
ในประวัติศาสตร์เมื่อปี 2010 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตร่วม 1,800 คน และมีประชาชนได้รับความเดือดร้อน
ถึง 21 ล้านคน


 โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 สิงหาคม 2556 08:41 น. 
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 05, 2013, 10:02:57 AM โดย admin »
   

Group: ผู้ดูแลระบบ
วีรบุรุษนักโพสต์
*****

+1/-0
กระทู้: 10306
ฝนถล่มหนองหารนาจมกว่า5หมื่นไร่


ฝนถล่มสกลนคร ทะเลสาบหนองหารน้ำล้น 110%ของความจุ นาข้าวพังกว่า 5 หมื่นไร่
ขณะที่สัตว์เลี้ยงเริ่มขาดแคลนอาหาร

วันนี้ ( 6 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่จังหวัดสกลนครยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง
ส่งผลให้ปริมาณน้ำในพื้นที่ทั้ง 18 อำเภอมีปริมาณน้ำยังคงสูงหลายแห่งเข้าท่วมพื้นที่
การเกษตรได้รับความเสียหายกว่า 5 หมื่นไร่ ขณะที่เลี้ยงสัตว์ เช่น  โค กระบือ ที่เริ่มขาดอาหาร
เนื่องจากพื้นที่ประสบน้ำท่วมมานานนับสัปดาห์แล้ว

ทั้งนี้สำหรับบริเวณประตูน้ำสุรัสวดี หรือประตูน้ำทะเลสาบหนองหาร ปริมาณน้ำ
ที่ระบายออกยังคงปริ่มประตูน้ำ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเปิดประตูระบายน้ำ 100 เปอร์เซ็นต์ทุกบาน
เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากทะเลสาบน้ำจืดหนองหาร เนื่องจากพบว่ายังคงมีปริมาณน้ำจาก
ลำห้วยสาขากว่า 14 สายจากเทือกเขาภูพานไหลลงอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นการเพิ่มปริมาณ

ด้านประสาท ตงศิริ  ประชาชนอาวุโสจ.สกลนคร กล่าวว่า ขอตั้งชื่อฝนที่ตั้งในครั้งนี้ว่า
 "ฝนพันปี" เพราะฝนที่ตกตั้งแต่ 29 ก.ค.ส่งผลให้ปริมาณน้ำในหนองหารมีปริมาณสูงมากจนถึงวันนี้
ส่วนชาวสกลนครยังคงวิตกว่าน้ำจะไหลเข้าท่วมเมืองแม้ว่าจะเร่งระบายก็ตาม
ซึ่งปัจจุบันปริมาณน้ำทะเลสาบหนองหารอยู่ที่ 110 เปอร์เซ็นต์
ซึ่งมีเพียงประตูกักน้ำเสียของเทศบาลเมืองสกลนครที่กักน้ำไว้ ซึ่งถ้าชำรุดเสียหรือรั่ว
น้ำท่วมเมืองอย่างแน่นอน เนื่องจากปริมาณน้ำสูงจากที่ตั้งเมืองประมาณ 30 เซนติเมตร


ที่มา:Posttoday06 สิงหาคม 2556 เวลา 13:41 น.
.......................

ฝนถล่มภูเก็ต-ป่าตองอ่วมน้ำท่วมขัง


ฝนถล่มเมืองภูเก็ตและป่าตองน้ำท่วมขังสูง 30-20 ซม.รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาลำบาก

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่จ.ภูเก็ต
ทำให้เกิดน้ำท่วมขังตามผิวการจราจรบนถนนสายต่างๆส่งผลให้ประชาชน 
ผู้ใช้รถใช้ถนนสัญจรไปมาด้วยความอยากลำบาก โดยเฉพาะในพื้นที่เขตอ.เมือง
บริเวณหน้าองค์การโทรศัพท์ ต.ฉลอง ถนนเจ้าฟ้าตะวันตก มีน้ำท่วมขังเป็นระยะ
ทางยาวประมาณ 200 เมตร สูงประมาณ 30 - 50 เซนติเมตร ทำให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้

ขณะที่ถนนเทพกระษัตรีย์เส้นทางออกและเข้าเมืองเมืองภูเก็ตมีน้ำท่วมขังผิวการจราจรเป็นระยะ
เช่นที่บริเวณหน้าสถานีขนส่งผู้โดยาสรใหม่ ฝั่งขาออกนอกเมือง หน้าวัดท่าเรือ เลนซ้ายฝั่งเข้าเมือง
สวนป่าบางขนุน เลนฝั่งออกนอกเมือง ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 20 - 30 เซนติเมตร 1 ช่องทางการจราจร
รถทุกชนิดสามารถผ่านได้   บริเวณด้านหน้าโครงการบ้านเอื้ออาทรบ้านลิพอน อ.ถลาง
มีน้ำท่วมขังถนนตั้งแต่หน้าถนนใหญ่เข้าไปถึงในโครงการระยะทาง 200 - 400 เมตร
สูง 20 - 40 เซนติเมตร เช่นกัน

นอกจากนี้ทางขึ้นเขาป่าตอง ตั้งแต่หน้าสนามโกลดคาร์ท มุ่งหน้าเข้าพื้นที่หาดป่าตอง
การจราจรติดขัดอย่างหนัก เนื่องจากในพื้นที่หาดป่าตอง มีน้ำท่วมขังผิวจราจรบนถนนหลายสาย
โดยจุดที่มีน้ำท่วมขังหนักตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงขณะนี้ คือ พื้นที่เทศบาลเมืองป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต
เนื่องจากมีน้ำป่าไหลบ่าลงมาจากเทือกเขานาถเกิด เทือกเขากมลา อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ประกอบกับมีน้ำทะเลหนุน ทำให้ถนนราชอุทิศ 200 ปี ตั้งแต่บริเวณ 4 แยกไสน้ำเย็น
จนถึงท้ายซอยบางลา ต่อเนื่องไปจนถึงด้านหน้าของ สภ.กะทู้ มีปริมาณน้ำท่วมขัง 20 -30 เซนติเมตร
รถสามารถสัญจรได้ พร้อมกันนี้ที่บริเวณถนนผังเมืองสาย ก ตั้งแต่หน้าโรงพยาบาลป่าตองไปถึงหน้าตลาด
บ้านซ้านเป็นจุดที่น้ำท่วมขังมากที่สุด รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้เนื่องจากระดับน้ำมีความสูง
50 เซนติเมตร  ถึง 1 เมตร

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรต้องลงพื้นที่ช่วยอำนวยความสะดวก พร้อมติดป้ายแจ้งเตือน
ไม่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขับขี่รถยนต์ขนาดเล็กและจักรยานยนต์
ใช้เส้นทางดังกล่าว และให้หลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น รวมทั้งต้องเน้นย้ำผู้ขับขี่รถใหญ่
เพิ่มความเพิ่มความระมัดระวัง แต่ยังพบผู้ที่ฝ่าฝืนพยายามขับรถฝ่ากระแสน้ำเป็นจำนวนมาก
ทำให้มีรถจักรยานยนต์ดับระหว่างทางหลายคัน ส่วนเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
เทศบาลเมืองป่าตองเร่งเดินเครื่องสูบน้ำระบายน้ำขัง ออกจากผิวการจราจรอย่างต่อเนื่อง
พร้อมทั้งเฝ้าสังเกตการณ์ ระดับน้ำอย่างใกล้ชิด

ที่มา:Posttoday06 สิงหาคม 2556 เวลา 20:53 น. |

.......................................

ตกเป็นท่วม! กาดก้อมจมน้ำหลังฝนตกหนักทั่วเมืองเชียงใหม่
 
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 สิงหาคม 2556 15:58 น.
 

ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ - ตลาดประตูก้อมจมน้ำอีกแล้ว! หลังฝนตกหนักในเขตตัวเมืองเชียงใหม่
ส่งผลน้ำเจิ่งนองหนักหลายจุด ที่ท่าแพถนนราชดำเนินต้องห้ามรถวิ่งหลังน้ำท่วมยาวถึงวัดพันอ้น
ด้านเทศบาลฯ เร่งระดมกำลังสูบน้ำออกด่วน พบน่าแปลกฝนตกหนักจริงแต่แค่ชั่วโมงเดียวกลับทำน้ำท่วมได้
ทั้งที่คราวปลายเดือน ก.ค.ฝนตกข้ามคืนน้ำถึงท่วม
       
       ฝนที่ตกหนักในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ส่งผลให้บริเวณตลาดประตูก้อมเกิดน้ำท่วมขังจำนวนมากอีกครั้ง
ในวันนี้ (7 ส.ค.) ขณะเดียวกันยังพบว่ามีพื้นที่อื่นๆ อีกหลายจุดในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ที่น้ำระบาย
ไม่ทันจนทำให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่
       
       โดยฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตั้งแต่ช่วงกลางวันที่ผ่านมาทำให้บริเวณตลาดประตูก้อม
ต่อเนื่องไปถึงสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ห้องเรียนเครือข่ายวิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่ และ
ย่านชุมชนฟ้าใหม่เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ ทำให้การจราจรในเส้นทางดังกล่าวเป็นไปอย่างยากลำบาก
ขณะที่เทศบาลนครเชียงใหม่ได้เร่งติดตั้งเครื่องระบายน้ำเพื่อทำการระบายน้ำออกจากพื้นที่
โดยเร่งด่วนแล้ว
       
       นอกจากนี้ยังมีพื้นที่หลายจุดในเขตรอบคูเมืองที่พบปัญหาน้ำท่วมขัง
เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้น้ำระบายลงท่อระบายน้ำไม่ทัน
อีกทั้งยังมีน้ำบางส่วนไหลย้อนออกจากท่อระบายน้ำอีกด้วย โดยที่บริเวณ
ถนนราชดำเนินปรากฏว่ามีน้ำท่วมขังตั้งแต่หน้าวัดพันอ้นไปจนถึงจุดเชื่อมต่อกับถนนมูลเมือง
ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรในบริเวณดังกล่าวเป็นการชั่วคราว
       
       ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในเขตตัวเมืองเชียงใหม่
ซึ่งเป็นผลมาจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “มังคุด” นั้น กินเวลาเพียงประมาณ
1 ชั่วโมงแต่กลับส่งผลให้พื้นที่หลายจุดเกิดน้ำท่วมขัง

โดยเฉพาะบริเวณตลาดประตูก้อมที่มีน้ำท่วมขังอย่างหนัก
ขณะที่เหตุน้ำท่วมขังในพื้นที่หลายจุดของจังหวัดเชียงใหม่
เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมานั้นเกิดจากการที่มีฝนตกตั้งแต่คืนวันที่
23 ก.ค.ต่อเนื่องมาถึงวันที่ 24 ก.ค.
       
       นอกจากนี้ การเกิดเหตุน้ำท่วมขังในหลายจุดนั้นเกิดจากการที่น้ำระบาย
ลงท่อระบายน้ำไม่ทันหรือมีน้ำไหลย้อนออกจากท่อระบายน้ำ
ทั้งที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างเช่นเทศบาลนครเชียงใหม่
ได้ประกาศว่ามีการดำเนินการขุดลอกท่อระบายน้ำในพื้นที่เพื่อเตรียมรองรับน้ำในช่วงฤดูฝนแล้ว
แต่เมื่อมีฝนตกลงมาอย่างหนักเพียง 1 ชั่วโมงน้ำกลับไม่สามารถระบายออกจากพื้นที่ได้

................................

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 07, 2013, 09:37:04 PM โดย admin »
   

Group: ผู้ดูแลระบบ
วีรบุรุษนักโพสต์
*****

+1/-0
กระทู้: 10306
พายุ“มังคุด”ยังพ่นพิษ ถนนเชียงราย-ฝาง เจอดิน-หินสไลด์ปิด น้ำท่วมหลายพื้นที่
 
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 สิงหาคม 2556 08:56 น.
 


เชียงราย - อิทธิพลพายุ “มังคุด” ทำน้ำป่าไหลทะลักท่วมเมืองพ่อขุนหลายอำเภอ
ชาวบ้านเดือดร้อนนับพันครัวเรือน เหตุขนของหนีไม่ทัน แถมดิน-หินยังสไลด์ปิดทางหลวงหมายเลข
109 สายแม่สรวย-ฝาง แม้เคลียร์แล้ว ยังต้องเฝ้าระวัง 24 ชม. พร้อมแจ้งเตือนคนผ่านทางรู้สภาพ
       
       วันนี้ (10 ส.ค.56) อิทธิพลของพายุมังคุด ยังคงทำให้มีฝนตกหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงราย
ต่อเนื่องตลอดทั้งคืนจนถึงเช้าวันนี้ จนก่อให้เกิดผลกระทบทั้งน้ำป่า - ดินสไลด์ หลายจุด เช่น บริสาย
 อ.แม่สรวย - อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ บริเวณ กม.ที่ 17 บ้านห้วยแม่สะลัก หมู่ 21 ต.ป่าแดด
ได้เกิดดินสไลด์จากเนินเขาข้างทาง ปิดทับถนนจนไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ตั้งแต่วานนี้
 (9 ส.ค.) นอกจากนี้กระแสน้ำในลำธาร ยังกัดเซาขอบถนนจนเป็นร่องลึก
       
       ล่าสุด นายฉัตรชัย นันทชัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ป่าแดด
ได้สั่งเจ้าหน้าที่นำดินทรายไปซ่อมแซมเป็นการชั่วคราว และนำเครื่องจักรเข้าไป
ขุดตักดินออกจากผิวจราจรที่ขวางถนนออก เพราะถนนสายนี้ถือเป็นสายหลักที่
ชาวบ้านใช้เพื่อการขนส่งพืชผลการเกษตรลงมา ยังพื้นราบได้สะดวกที่สุด
       
       นายฉัตรชัย กล่าวว่า มีดินและหินก้อนใหญ่กว้างกว่า 2 เมตร ตกลงมาทับผิวถนน
จนต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการขนย้ายออก และยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
เพราะเนินเขาเป็นลักษณะของดินปนทราย อาจเกิดการทรุดตัวลงมาได้ทุกเมื่อ
ดังนั้นช่วงที่มีฝนตกหนักเช่นนี้จึงได้ออกประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว และ
จัดกำลังรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้สัญจรผ่านไปมาได้รับทราบก่อนจะใช้เส้นทาง
       
       ด้านพื้นที่ ต.สถาน อ.เชียงของ จ.เชียงราย พบว่า ชาวบ้านที่อยู่ลุ่มลำน้ำม้า 10 หมู่บ้าน
ต่างได้รับผลกระทบถ้วนหน้า เนื่องจากน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ต่างๆ อย่างกะทันหัน เช่น
 บ้านน้ำม้า บ้านเชียงคาน บ้านเต๋น บ้านใหม่ ฯลฯ มีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมประมาณ 600
หลังคาเรือน สะพานตามหมู่บ้านต่างๆ หลายแห่งถูกน้ำที่เชี่ยวกรากชัดจนพัง
โรงเรียนหลายแห่งต้องหยุดทำการเรียนการสอน พื้นที่ทางการเกษตรถูกน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง
รวมทั้งมีถนนหลายสายที่ชาวบ้านไม่สามารถใช้สัญจรผ่านไปมาได้ ชาวบ้านที่อยู่ตามที่ลุ่มและ
ใกล้ลำน้ำต้องขนย้ายข้าวของขึ้นไว้บนที่สูงตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เพราะบางแห่งระดับน้ำลึกกว่า
1 เมตร ล่าสุดน้ำได้ค่อยๆ ลดระดับลงแล้ว แต่ยังคงไหลไปท่วมพื้นที่ใต้ลำน้ำต่อไปอีก
       
       นายช่วง ทะกัน นายกเทศมนตรี ต.สถาน อ.เชียงของ จ.เชียงราย บอกว่า
ได้ประสานไปยังพื้นที่ใกล้เคียงที่อยู่ลุ่มน้ำลงไปคือ ต.ศรีดอนชัย ต.เวียง
ตั้งอยู่ชายแดนไทย-สปป.ลาว ติดแม่น้ำโขง และสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่
4 เพราะน้ำได้เริ่มไหลผ่าน ต.สถาน ไปแล้ว และกำลังจะเข้าสู่พื้นที่ทั้ง 2
ตำบลก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำโขงต่อไป
       
       ส่วนพื้นที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย พบว่า ลำน้ำแม่แอบ ได้ทะลักเข้าท่วมบ้านป่าตึง
บ้านห้วยน้ำเย็น บ้านแม่แอบ ต.ป่าตึง มีบ้านเรือนชาวบ้านได้รับผลกระทบประมาณ 300
หลังคาเรือน ชาวบ้านขนย้ายข้าวของไม่ทันและได้รับความเดือดร้อนโดยถ้วนหน้า
เจ้าหน้าที่ทหารเรือหน่วยเรือรักษา ความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.)
เขตเชียงราย และ อบต.บ้านแซว ต้องได้ระดมนำเรือท้องแบนช่วยเหลือชาวบ้าน
ในการขนย้ายข้าวของไปไว้บนพื้นที่ สูงรวมทั้งนำถุงยังชีพและน้ำดื่มไปแจกจ่าย
กระทั่งล่าสุดระดับน้ำลดลงแล้ว
       
       ขณะที่ อ.เมืองเชียงราย น้ำป่าไหลลงมาจากดอยโป่งพระบาท
 ได้ไหลเข้าท่วมชุมชนต่างๆ ในเขต ต.บ้านดู่ และ ต.นางแล ใกล้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
หลายหมู่บ้าน และช่วงวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมายังเอ่อล้นตรงริมถนนพหลโยธินฝั่งตะวันตกเพราะ
ระบายไปทางฝั่ง ตะวันออกไม่ทันจนทำให้การสัญจรต้องใช้เส้นทางสวนทางกันในบางจุดด้วย
ล่าสุดระดับลดลงแต่ก็ยังมีท่วมขังในบางจุด และมีความเสี่ยงจะมีน้ำเอ่อล้นในลักษณะนี้อีกครั้ง
เพราะยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง
       
       พล.ต.สัณห์ชัย จารุวรรณ์ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงราย
ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทหารร่วมกับเทศบาล ต.บ้านดู่ และเทศบาล ต.นางแล
ออกไปช่วยเหลือชาวบ้านโดยเฉพาะที่หมู่บ้านป่าห้า ต.บ้านดู่ ได้มีการนำทรายมาบรรจุกระสอบ
 เพื่อแจกจ่ายให้กับชาวบ้านเพื่อนำไปไปใช้กั้น น้ำตามจุดสำคัญ รวมทั้งเตรียมกำลังไว้ช่วย
ชาวบ้านขนย้ายข้าวของไปไว้บนที่สูงเพราะยังคงมีฝน ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าด้วย

...................................

ตลาดชายแดนพม่าจมน้ำอีก-ลำน้ำสายทะลัก 
 
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 สิงหาคม 2556 19:00 น
 

เชียงราย - พ่อค้า แม่ขายในตลาดชายแดนไทย-พม่า ทั้งในเขต อ.แม่สาย และท่าขี้เหล็ก
ต้องขนของหนีน้ำกันจ้าละหวั่น หลังน้ำสายทะลักเข้าท่วม เผย “ตลาดท่าล้อ” แห่งช้อปจมบาดาล
       
       วันนี้ (10 ส.ค.56) แม้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของเชียงราย เริ่มลดลง เหลือโคลน
เศษไม้ ที่ติดตามจุดต่างๆ ก็ตาม แต่ที่ชายแดนไทย-พม่า อ.แม่สาย จ.เชียงราย
ปัญหาน้ำท่วมกลับรุนแรงขึ้นอีก เนื่องจากระดับน้ำในลำน้ำสายเพิ่มสูงขึ้น เพราะ
มีฝนตกหนักที่ต้นน้ำในเขตประเทศพม่า ส่งผลให้ระดับน้ำสูงเกินกว่าระดับวิกฤติที่
2.50 เมตร และไหลทะลักเข้าท่วมทั้งสองฝั่งน้ำอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงเช้า
       
       โดยฝั่งไทยเข้าท่วมตลาดสายลมจอยตลอดแนว ทำให้ถนนใต้สะพานถูกน้ำท่วม
ชุมชนต่างๆ ริมฝั่ง เช่น ไม้ลุงขน เกาะทราย ฯลฯ ถูกน้ำท่วมตลอดฝั่ง พ่อค้าแม่ค้า
ตลาดชายแดนและชาวบ้านต้องขนย้ายข้าวของหนีน้ำกันจ้าละหวั่น

  ขณะที่สำหรับตลาดในฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก โดยเฉพาะตลาดท่าล้อ ตลาดการค้าชายแดนในฝั่งพม่า
ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ถูกน้ำท่วมเกือบทั้งตลาด พ่อค้าแม่ค้า ต้องขนย้ายสินค้าหนี
น้ำกันอย่างโกลาหล หลายร้านขนไม่ทันต้องจมอยู่ใต้น้ำ ส่งผลทำให้ตลาดท่าล้อปิดลงไปโดยปริยาย
เพราะระดับน้ำบางจุดลึกถึง 1-2 เมตรและเข้าท่วมถึงชั้น 2 อาคารสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
ของพม่าที่อยู่ใกล้ตลาด ขณะที่สภาพอากาศยังครึ้มฟ้าครึ้มฝนและมีฝนโปรยปรายอยู่เป็นระยะๆ
       
       รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า หลังเกิดเหตุนายสมชัย รุ่งสาคร นายอำเภอแม่สาย ,
นายไศลยนต์ ศรีสมุทร นายกเทศมนตรี ต.แม่สาย ได้ระดมเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ
ชาวบ้านที่อยู่ริมฝั่งตลอดทั้งวัน และจัดเวรยามคอยเฝ้าระวังดูระดับน้ำ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนแล้ว
       
       ขณะที่พื้นที่อื่นๆ พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำกกขึ้นสูงจนปริ่มตลิ่งเช่นเดียวกับแม่น้ำลาว
แม่น้ำกรณ์ ที่ไหลผ่านตั้งแต่ อ.แม่สรวย อ.แม่ลาว อ.เมือง ฯลฯ มีระดับเพิ่มสูงขึ้น
โดยแม่น้ำทั้งหมดไหลลงสู่แม่น้ำโขงขณะที่แม่น้ำโขงก็มีระดับสูงขึ้นจนต้องเฝ้าระวังตลอดเวลาด้วย

 
 
 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 10, 2013, 09:32:30 PM โดย admin »
   

Group: ผู้ดูแลระบบ
วีรบุรุษนักโพสต์
*****

+1/-0
กระทู้: 10306
น้ำป่าแม่วงก์ทะลักถึง “ลาดยาว” แล้ว คาดจ่อย่านเศรษฐกิจบ่ายนี้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   13 สิงหาคม 2556 10:20 น.   



นครสวรรค์ - น้ำป่าเขาแม่วงก์เริ่มหลากถึง “ลาดยาว” ชาวนาต้องระดมกำลังทำคันดิน-ตั้งเครื่องสูบน้ำ
พร้อมจัดเวรยามเฝ้าระวัง 24 ชม. หวั่นน้ำทะลักท่วมนาข้าวกว่าพันไร่ คาดบ่ายนี้ กระทบพื้นที่เศรษฐกิจแน่
       
       วันนี้ (13 ส.ค. 56) ชาวนาในพื้นที่บ้านทุ่งแม่น้ำน้อย หมู่ 3 ต.ลาดยาว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์
ต่างต้องเร่งขุดดินโคลนด้วยมือเปล่า บางส่วนลงขันซื้อไม้ยูคาลิปตัส และกระสอบทราย เพื่อทำคันกั้นปิด
ทางน้ำไม่ให้น้ำป่าจากเขาแม่วงก์หลากเข้าท่วมนาข้าวที่กำลังตั้งท้องกว่า 1,000 ไร่ พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำออกจากนาข้าว
พร้อมกับผลัดกันจัดเวรยามตลอด 24 ชั่วโมง
       
       นายไพร กล้าเขตวิช หนึ่งในกลุ่มชาวนาบ้านทุ่งแม่น้ำน้อย หมู่ 3 ต.ลาดยาว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ กล่าวว่า
ตนและครอบครัวต้องเฝ้าระวังน้ำป่าตั้งแต่คืนวันที่ 11 สิงหาคม 2556 เนื่องจากคืนดังกล่าวฝนตกหนักมากนานกว่า 2 ชั่วโมง
จึงนำเครื่องสูบน้ำพร้อมนาคมาสูบน้ำออกจากนา แต่ช่วงเช้ามืดน้ำป่าจากเทือกเขาแม่วงก์ไหลมาสมทบกับน้ำฝน ตนและ
ครอบครัวจึงต้องทำคันดินด้วยมือเปล่าเพื่อปิดกั้นทางน้ำจากคลองสาขาไม่ให้หลากเข้าท่วมนาข้าวของตน
       
       อย่างไรก็ตาม น้ำป่าบางส่วนที่ไหลมาตามลำคลองสาขา เช่น คลองตะลุกข่อยน้ำ ได้ทะลักล้นเข้าท่วมที่นาแล้วกว่า 100 ไร่
และตลอดเส้นทาง จากอำเภอลาดยาว-ตำบลเขาชนกัน อำเภอแม่วงก์ จะมีน้ำท่วมถนนเป็นระยะระดับน้ำ 5-10 เซนติเมตร
       
       สำหรับน้ำป่าจากเขาแม่วงก์ครั้งนี้ จะหลากต่อไปตามคลองสาขาที่มีอยู่หลายสายในเขตอำเภอลาดยาว คาดว่าช่วงบ่ายๆ วันนี้ (13 ส.ค.)
 จะเริ่มส่งผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจอำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์อย่างแน่นอน

........................


ฝนตกชุกลุ่มน้ำแนวน้ำโขงเริ่มเอ่อ "วัว-..." เริ่มเดือดร้อน หญ้าสดเน่า

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   13 สิงหาคม 2556 10:26 น

นครพนม - สัตว์เลี้ยงวัว ... ในที่ลุ่มตามแนวลำน้ำโขงเริ่มได้รับผลกระทบหลังน้ำโขงเริ่มท่วม
แหล่งหญ้าสดเริ่มเน่า ชาวบ้านต้องนำฟางข้าวและหาหญ้าให้วัวควายกินเป็นอาหาร
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดนครพนมว่า หลังจากน้ำโขงหนุนเนื่องลำน้ำสาขาตามแนวลำน้ำโขงในเขต
อ.ท่าอุเทน อ.บ้านแพง และ อ.ศรีสงคราม ถึงแม้น้ำจะยังไม่ท่วมพื้นที่การเกษตรแต่น้ำได้ท่วมแหล่งหญ้าสด
ในที่ลุ่มส่งผลให้วัว-... สัตว์เลี้ยงชาวบ้านหาอาหารลำบาก ซึ่งการแก้ปัญหาเบื้องต้นชาวบ้านจะนำควาย
ไปผูกเลี้ยงไว้ในที่สูงก่อนจะนำรถไถนาออกหาเกี่ยวหญ้าสดมาให้สัตว์เลี้ยง
       
       นางเรียม คำแก้ว ชาวบ้านในเขตริมน้ำสงครามอำเภอท่าอุเทน จ.นครพนม
ทุกปีเมื่อน้ำโขงขึ้นสูงหนุนน้ำสงครามก็ล้นท่วมพื้นที่ทุ่งหญ้า ซึ่งเป็นที่ลุ่มสัตว์เลี้ยงชาวบ้านก็จะหากินหญ้าลำบาก
 โดยเฉพาะวัวซึ่งเป็นสัตว์กลัวน้ำเดินลุยน้ำมุดกินหญ้าเหมือนควายไม่ได้เราต้องหาฟางข้าวมาไว้ให้วัวกินบ้างก็
ออกหาหญ้าสดมาให้วัวกินนี่คือการแก้ปัญหาของชาวบ้านที่นี่เมื่อหน้าฝนมาถึง
       
       ส่วนการช่วยเหลือจากภาครัฐจะนำหญ้าแห้งมาแจกก็ต้องรอให้้น้ำท่วมหนักๆ เสียก่อน
ทางจังหวัดจึงจะประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วม จากนั้นจึงจะมีการแจกหญ้าให้แก่ชาวบ้าน

......................

น้ำท่วม “ลาดยาว” ขยายวง เจอฝนซ้ำ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   15 สิงหาคม 2556 09:31 น.   

  รายงานข่าวจากจังหวัดนครสวรรค์ แจ้งว่า ตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้ (14 ส.ค.56) ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจ
และชุมชนโดยรอบของ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ได้เพิ่มระดับความรุนแรงขึ้นอีก หลังพนังกั้นน้ำระหว่างคลองขุนราช
กับพื้นที่เศรษฐกิจของ อ.ลาดยาว พังลง นอกจากนี้ ยังมีฝนตกอย่างหนักในพื้นที่อีก ทำให้ระดับน้ำที่เอ่อท่วมเพิ่มสูงขึ้น
ขณะที่ประชาชนเร่งกรอกกระสอบทรายทามกลางสายฝน
       
       ขณะที่เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลลาดยาว อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ และกำลังพลทหารจาก มทบ. 31
ได้ลงพื้นที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพิ่มเติม เพื่อเร่งสูบน้ำที่ท่วมขังออกอย่างเต็มที่ แต่ล่าสุดเช้าวันนี้(15 ส.ค.56)
น้ำท่วมยังคงขยายวงกว้าง และมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
.................................
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 15, 2013, 10:17:44 AM โดย admin »
   

Group: ผู้ดูแลระบบ
วีรบุรุษนักโพสต์
*****

+1/-0
กระทู้: 10306
เตือน5อำเภอพิษณุโลกเสี่ยงน้ำป่าหลาก


ปภ.เตือน 5 อำเภอพิษณุโลกเสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก ท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม

นายบุญยิ่ง คุ้มสุพรรณ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก(ปภ.) กล่าวว่า
จากสภาพอากาศที่ช่วงนี้ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากพายุ ทำให้มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่
โดยพิษณุโลก-เตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำป่า 5 อำเภอ น้ำตกไหลแรง เฉพาะที่จังหวัดพิษณุโลก
มีพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มมี 5 อำเภอ คือ อ.นครไทย
อ.ชาติตระการ อ.วังทอง อ.วัดโบสถ์ และ อ.เนินมะปราง

ซึ่งหากมีปริมาณฝนตกลงมากก็จะมีมิสเตอร์เตือนภัยรายงานมาที่ทางจังหวัด
เพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มที่

นายบุญยิ่ง กล่าวอีกว่า สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยเฉพาะน้ำตก ในช่วงนี้จะมีปริมาณน้ำมาก
โดยเฉพาะน้ำตกตามลำน้ำเข็ก ที่ขณะนี้มีน้ำป่าได้ไหลมาจากเทือกเพชรบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกปอย
น้ำตกแก่งซอง น้ำตกสกุโณทยาน อ.วังทอง ขณะนี้มีน้ำไหลแรงและเชี่ยวกราด และ
อาจเป็นอันตรายแก่นักท่องเที่ยวในช่วงนี้ได้ หากนักท่องเที่ยวจะเล่นน้ำก็ควรระมัดระวัง

นอกจากนี้มีรายงานอีกว่าจากปริมาณลำน้ำเข็กที่เพิ่มขึ้น เริ่มส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการร้านอาหารริมลำน้ำเข็ก
บ้านถิ่นไทย ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง แล้ว เนื่องจากปริมาณน้ำที่สูงขึ้นและเริ่มท่วมซุ้มอาหารจำนวนกว่า 30 ซุ้ม
ผู้ประกอบการร้านอาหารบางราย บอกว่า หากมีฝนตกลงมาอีก 1-2 วัน น้ำในลำน้ำเข็ก ก็ท่วมซุ้มเสียหายได้

:Posttoday15 สิงหาคม 2556 เวลา 17:00 น.
   

Group: ผู้ดูแลระบบ
วีรบุรุษนักโพสต์
*****

+1/-0
กระทู้: 10306
  จีนอ่วม น้ำท่วมต.ต.เฉียงเหนือ และไต้ฝุ่นต.อ.เฉียงใต้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   18 สิงหาคม 2556 15:23 น.   


 เอเยนซี - หลายพื้นที่ของจีน เผชิญภัยธรรมชาติอ่วม พื้นที่หลายแห่งทางตะวันออกเฉียงเหนือกำลังต่อสู้กับน้ำท่วม
มีผู้เสียชีวิต 37 คน สูญหาย 32 คน ขณะเดียวกันทางใต้ของกวางตุ้ง และในเขตปกครองตนเองก่วงซีจ้วง
ก็กำลังเผชิญกับไต้ฝุ่นอูตอร์ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 ราย สูญหายอีก 10 คน
       
       "สถานการณ์น้ำท่วมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ"
       สำนักข่าวซินหวา รายงาน (18 ส.ค.) สถานการณ์น้ำท่วมภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า มีผู้เสียชีวิตรวมแล้ว 37 ราย
สูญหายอีก 32 คน โดยมณฑลเหลียวหนิงมีผู้เสียชีวิต 12 คน มณฑลจี่หลิน เสียชีวิต 14 คน และมณฑลเฮยหลงเจียง เสียชีวิต 11 คน
       
       รายงานข่าวกล่าวว่า ตลอดช่วงสัปดาห์นี้ พื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน มีรายงานว่า
เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปี โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดได้แก่ มณฑลเฮย์หลงเจียง
มณฑลเหลียวหนิง และมณฑลจี๋หลิน ทางการฯ ต้องเร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ฯ กว่า 140,000 คน
บ้านเรือนและพื้นที่ทำการเกษตรได้รับความเสียหาย ปิดโรงงานอุตสาหกรรม เส้นทางคมนาคมทั้งทางรถไฟ-รถยนต์ถูกตัดขาด
เช่นเดียวกับไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ รวมเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจแล้วกว่า 7,100 ล้านหยวน
       
       สำหรับรายงานในมณฑลจี๋หลินนั้น ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนกว่า 890,000 คน
โดยเป็นผู้อยู่ในเขต หงซี่ หัวเตียน มีผู้เสียชีวิตกว่า 14 ราย บ้านเรือนเสียหายกว่า 35,000 หลังคาเรือน
       
       ด้านมณฑลเฮยหลงเจียง มีผู้เสียชีวิต 11 คน เดือดร้อนอีกกว่า 2 ล้านคน ต้องอพยพออกจากพื้นที่กว่า 140,000 คน
บ้านเรือนเสียหายทั้งหลังมากกว่า 2,500 หลังคา
       
       "สถานการณ์ไต้ฝุ่นอูตอร์ และน้ำท่วมภาคตะวันตกเฉียงใต้"
       สื่อจีนรายงานอ้างการเปิดเผยของ รัฐบาลท้องถิ่นฯ ยืนยันยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ของจีน
แล้ว 10 ราย หลังไต้ฝุ่นอูตอร์ พัดเข้าจีนเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
       
       กระทรวงฯ และคณะกรรมาธิการบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติจีน ได้แถลงว่า ส่งหน่วยกู้ภัย และอุปกรณ์ยังชีพไปยังพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว
โดยขณะที่พื้นที่หลายแห่งทางตะวันออกเฉียงเหนือกำลังต่อสู้กับน้ำท่วม ทางใต้ของมณฑลกวางตุ้ง และในเขตปกครองตนเองก่วงซีจ้วง
ก็กำลังเผชิญกับไต้ฝุ่น ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 ราย สูญหายอีก 10 คน
       
       รายงานจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติจีนกล่าวว่า ขณะนี้ มีประชาชนมากกว่า 1 ล้านคน จาก 262 หมู่บ้าน
ได้รับความเดือดร้อนจากพายุฝน ต้องอพยพย้ายถิ่นฐานกว่า 109,300 คน ขณะที่พื้นที่เกษตรล่มเสียหาย ที่อยู่อาศัยก็พังกว่า 1,936 หลังคาเรือน
       
       สำนักงานท้องถิ่น ยังรายงานว่า น้ำป่าที่ไหลหลากตัดเส้นทางคมนาคม ทำให้ประชาชนในเขตซี่จวิ่น
กว่า 3,000 ถูกตัดขาดความช่วยเหลือ และรัฐบาลพยายามเร่งเข้าไปช่วยอยู่ขณะนี้
       
       ทั้งนี้ รายงานข่าวกล่าวว่า ไต้ฝุ่นอูตอร์ ซึ่งเป็นพายุไต้ฝุ่นลูกที่ 11 และมีความรุนแรงที่สุดในรอบปี ได้ก่อความเสียหายในพื้นที่หยังเจียง
และกวางตุ้ง หลังจากพัดผ่านประเทศฟิลิปปินส์เมื่อต้นสัปดาห์

...................

 โซนร้อน “จ่ามี” แผลงฤทธิ์ถล่มมะนิลา สัญจรเกือบอัมพาต-น้ำท่วมถึงเอว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   19 สิงหาคม 2556 10:44 น.   


เอเอฟพี - โรงเรียน สถานที่ราชการ และตลาดหลักทรัพย์ในกรุงมะนิลาประกาศปิดทำการชั่วคราวในวันนี้ (19)
หลังมีฝนตกหนักในเมืองหลวงฟิลิปปินส์จนบางพื้นที่น้ำท่วมสูงถึงระดับเอว
       
       อิทธิพลจากพายุโซนร้อน “จ่ามี” (Trami) ทำให้กรุงมะนิลาซี่งมีพลเมืองกว่า 12 ล้านคน
มีฝนตกต่อเนื่องตลอดทั้งคืนจนถึงช่วงเช้าวันนี้ (19)
       
       พายุฝนทั่วทั้งเกาะลูซอนทำให้โรงเรียนหลายแห่งในจังหวัดรอบกรุงมะนิลาต้องระงับการเรียนการสอนในวันนี้ด้วย
       
       รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศให้สำนักงานราชการในกรุงมะนิลาปิดทำการในวันนี้ (19) ส่วนตลาดหลักทรัพย์ก็ต้องหยุดทำการเช่นกัน
       
       ถนนบางสายในกรุงมะนิลามีน้ำท่วมขังจนใช้การไม่ได้ ขณะที่ประชาชนก็ต้องทนเดินฝ่าน้ำครำสกปรกที่ท่วมสูงถึงระดับเอว
แต่ล่าสุดยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ
       
       สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติฟิลิปปินส์ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้อพยพชาวบ้านราว 200 คนในเขตภูเขาทางตอนเหนือของเกาะลูซอน
เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากดินถล่ม ขณะที่มีคำเตือนว่าตลอดทั้งวันนี้ (19) จะยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องบนเกาะลูซอน

....................


มหาอุทกภัยในจีน ทั้งเหนือ - ใต้ ตายแล้ว 105 ราย หาย 115 คน


เอเยนซี - มหาอุทกภัยในจีน ทั้งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 105 ราย และสูญหายอีก 115 คน
ประชาชนเดือดร้อนหนักมีมากกว่า 11 ล้านคน
       
       สำนักข่าวซินหวา รายงาน (19 ส.ค.) อ้างคำแถลงของกระทรวงมหาดไทยจีน เมื่อวันจันทร์ ว่า
เหตุอุทกภัยทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 105 ราย และสูญหายอีก 115 คน
       
       รายงานข่าวกล่าวว่า มณฑลเหลียวหนิง นั้น นับได้ว่าเป็นการเผชิญมหาอุทกภัยครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปี
มีผู้เสียชีวิตในภูมิภาคนี้มากถึง 72 คน ขณะที่ ในพื้นที่มณฑลกวางตุ้งนั้น ทางตอนใต้ ก็ได้รับความเสียหายรุนแรงที่สุด
มีผู้เสียชีวิต 22 คน เส้นทางการคมนาคมต่างๆ ได้รับความเสียหายถูกตัดขาดเกือบหมด ศูนย์กลางการคมนาคม
สถานีรถไฟในเมืองกวางโจว ก็ไม่สามารถให้บริการได้เนื่องจากฝนตกหนักและดินโคลนถล่ม ประชาชนกว่า 8 หมื่นคน
ต้องติดค้างมาตั้งแต่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
       
       รัฐบาล ได้ส่งทหารกว่า 2,000 นาย ไปปฏิบัติภารกิจบรรเทาทุกข์ให้ประชาชนแล้ว และซ่อมทางคมนาม
เพื่อเร่งกลับเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้ง
       
       จากข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ความเสียหายของบ้านเรือน เรือกสวนไร่นา ที่น้ำท่วมนั้น
ส่งผลให้ประชาชนจีนประสบทุกข์เดือดร้อนอย่างหนักกว่า 11 ล้านคน โดยเป็นประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ของจีนกว่า 3.72 ล้านคน และที่ภาคใต้อีก 8.37 ล้านคน ซึ่งรวมถึง ประชาชน 6.67 ล้านคนในมณฑลกว่างตง
มีการประเมินมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่าอยู่ที่ราว 9,860 ล้านหยวน

ขณะที่พื้นที่ภาคใต้ กว่างตง ก่วงซี และหูหนาน มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 10,000 ล้านหยวน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   20 สิงหาคม 2556 09:40 น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 20, 2013, 11:26:55 AM โดย admin »
   

Group: ผู้ดูแลระบบ
วีรบุรุษนักโพสต์
*****

+1/-0
กระทู้: 10306
เร่งช่วยหล่มสักเจอน้ำท่วมสูง2เมตร

เจ้าหน้าที่ทหารระดมกำลังช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมหล่มสักเมืองเพชรบูรณ์สูง 2 เมตร

เจ้าหน้าที่ทหารงกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 30 หล่มเก่า และกองพันทหารม้าที่ 28 หล่มสัก
ได้จัดส่งกำลังพลและรถลำเลียงพลเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งในเขตพื้นที่เทศบาลและ
บริเวณพื้นที่โดยรอบ เช่นเดียวกับหน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญูหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ 
เร่งระดมเรือยนต์ท้องแบนเข้าขนย้ายข้าวของ และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมสูง 2 เมตร
หลังจากกระแสน้ำป่าจากลำน้ำพุง ใน อ.ด่านซ้าย จ.เลย ไหลเข้าสู่แม่น้ำป่าสัก
ส่งผลให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ต.วัดป่า ต.ตาลเดี่ยว ต.สักหลง ต.ห้วยไร่ ใน อ.หล่มสัก เขตเทศบาลเมืองหล่มสัก

ขณะที่ทางเทศบาลเมืองหล่มสัก ได้ระดมกระสอบทรายป้องกันพื้นที่เขตเศรษฐกิจ
ใจกลางเมืองไม่ให้น้ำเข้าท่วมในระดับที่สูงเกิน พร้อมนำเครื่องสูบน้ำตั้งหลายจุด
เพื่อเร่งระบายน้ำให้ไหลออกจากพื้นที่โดยเร็ว ส่งผลให้ถนนหลายสายรถเล็กและ
จักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำแผงเหล็กมากั้นไม่ให้รถผ่าน
เพราะเกรงว่าจะทำให้เครื่องยนต์รถดับและพังได้

ทั้งนี้ระดับน้ำครั้งนี้มีปริมาณมากกว่าเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ที่ปริมาณน้ำได้เคยเข้าท่วมใน อ.หล่มสัก
จึงทำให้ประชาชนต่างช่วยกันเร่งระดมนำกระสอบทราย ป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือนของตนเอง และ
ขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง ซึ่งกระแสน้ำมีระดับสูงขึ้นต่อเนื่อง คาดว่าน้ำจะเข้าท่วมในเขตเศรษฐกิจของ
อ.หล่มสัก ทั้งหมดภายในวันนี้

ด้านศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำป่าสักตอนบน
บริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์ หลังเกิดฝนตกชุกกระจายในเขตจ.เพชรบูรณ์และเทือกเขาจ.เลยที่เป็นต้นน้ำของแม่น้ำป่าสัก
ในช่วงวันที่ 13 – 14 ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสัก ที่ไหลผ่านในเขตอ.หล่มสัก มีระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและมีน้ำล้นตลิ่งในเขตพื้นที่อ.หล่มสัก ได้แก่ พื้นที่ต.ห้วยไร่ ต.สักหลง ต.ตาลเดี่ยว และ
ในเขตเทศบาลเมืองหล่มสักบางส่วน นั้น

ล่าสุดระดับน้ำในแม่น้ำป่าสัก ที่สถานี S.3 อ.หล่มสัก เริ่มทรงตัวแล้ว โดยาระดับน้ำสูงสุดในช่วงบ่ายของวันนี้
และจะลดลงโดยลำดับต่อไป หากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติมทางตอนบนของลุ่มน้ำป่าสัก คาดว่าสถานการณ์น้ำ
จะเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววันนี้ เนื่องจากปริมาณน้ำจากอ.หล่มสัก จะไหลลงสู่ทางตอนล่างเข้าสู่บริเวณ อ.เมืองเพชรบูรณ์
และไหลลงสู่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตามลำดับต่อไป แต่ทางโครงการชลประทานเพชรบูรณ์ ได้เฝ้าระวังและติดตาม
สถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมกับแจ้งสถานการณ์น้ำให้ทางจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยงข้องทราบอย่างต่อเนื่องแล้ว


ที่มา:Post today

。。。。。。。。。。。

เขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายน้ำทำให้อ.เสนาเจอน้ำท่วม 8 ตำบล เดือดร้อนกว่า 800 หลัง

เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเขื่อนเจ้าพระยาจ.ชัยนาท เร่งปล่อยระบายน้ำเหนือเขื่อน
ลงสู่พื้นที่ภาคกลาง ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ล่าสุดพบว่าระดับน้ำในแม่น้ำน้อย
ได้ล้นตลิ่งท่วมชุมชนริมน้ำในเขตอ.ผักไห่ และอ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา แล้ว

ทั้งนี้โดยเฉพาะที่อ.เสนา ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนเพราะว่ามีคลองโผงเผงที่รับน้ำจากเจ้าพระยา
ส่งมาสมทบกับแม่น้ำน้อย ในเขตต.หัวเวียง  ทำให้น้ำล้นตลิ่งท่วมชุมชนริมน้ำสูง 30-50 เซนติเมตรเอ่อท่วม
บ้านเรือนกว่า 800 หลัง ใน 8 ตำบลแล้ว ได้แก่ ต.หัวเวียง บ้านกระทุ่ม บ้านโพธิ์ บ้านแพน รางจระเข้
สามกอ บางนมโค และ ต.เสนา และมีระดับน้ำท่วมเพื่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

นายเรวัต ประสงค์  นายอำเภอเสนา กล่าวว่า ได้เรียกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดมาประชุม
เพื่อเข้าช่วยเหลือชาวบ้านในการขนย้ายสิ่งของหนีน้ำ และขอตำนิแจ้งเตือนของกรมชลประทานที่ล่าช้า
เพราะเพียง 1 วันเท่านั้นน้ำท่วมชุมชน จึงอยากให้ปรับปรุงการแจ้งเตือน รวมถึงแจ้งตัวเลขประมาณ
การปล่อยน้ำท้ายเขื่อน ให้ชาวบ้านทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 4-5 วัน

ที่มา:Post today
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 16, 2013, 08:35:40 PM โดย admin »
   

Group: ผู้ดูแลระบบ
วีรบุรุษนักโพสต์
*****

+1/-0
กระทู้: 10306
สุรินทร์เจอน้ำท่วมหนักสุดในรอบ 40 ปี ถนน-พื้นที่การเกษตรเสียหายเป็นวงกว้าง

วันนี้ (20 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.สุรินทร์
ยังคงถูกน้ำท่วมอย่างเนื่องจากอิทธิพลพายุดีเปรสชั่นส่งผลทำให้ถนนและพื้นที่การเกษตรเสียหายหนักเป็นวงกว้างย
โดยเฉพาะบริเวณ 4 แยกเลี่ยงเมืองเทพธานี ไปจนถึงถนนในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ ถูกน้ำเข้าท่วมหนักสุดในรอบ 40 ปี
รถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ เช่นเดียวกับที่บริเวณ 4 แยกเลี่ยงเมืองเทพธานี ต.สลักได อ.เมือง
ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่ประชาชนใช้สัญจรผ่านไปยังกรุงเทพฯและเดินทางผ่านไปยัง จ.ศรีสะเกษ และ
จ.อุบลราชธานี ถูกน้ำท่วมขังสูงกว่า 60-80 ซม.รถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้
 
ส่วนรถทัวร์โดยสารและรถยนต์ส่วนบุคคลของประชาชนต่างจอดชะงักติดยาวเหยียด
เพื่อรอกลับรถเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นเนื่องจากไม่

สามารถสัญจรผ่านเข้าไปยังตัวเมือง จ.สุรินทร์ได้ ส่วนที่รถยนต์บางคันพยายาม
จะฝ่ากระแสน้ำแต่ต้องจอดตายอยู่กลาง 4 แยกเป็นจำนวนมาก ส่วนที่หมู่บ้านในเขต ต.ตั้งใจ อ.เมือง ก็ถูกน้ำท่วม
รวมถึงถนนและเส้นทางต่างๆในพื้นที่ ต.เมืองที อ.เมือง จ.สุรินทร์ ก็ถูกน้ำท่วมตัดขาดอีกด้วย
 
นอกจากนี้มีรายงานว่าน้ำจากเทือกเขาพนมดงรักชายแดนไทย-กัมพูชา ได้ไหลบ่าทะลักเข้ามาสมทบในพื้นที่
อ.สังขะ ทำให้ถนนหลายสายมีน้ำท่วมสูง 30 -50 ซม.ขึ้นไป โดยเฉพาะที่บริเวณ 4 แยกป้อมตำรวจทางหลวง
 อ.สังขะ รวมทั้ง 4 แยกต้นตาลเขตเทศบาลตำบลสังขะ ถูกน้ำท่วมถนนสูงกว่า 50 ซม. ส่วนถนนสาย
 24 โชคชัย-เดชอุดม ก่อนขึ้นเนิน ตชด.214 เป็นเส้นทางที่น้ำจากเทือกเขาพนมดงรักตัดผ่านมีความแรง
ประชาชนผู้สัญจรต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษหวั่นเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้
 
ขณะที่เส้นทางจากบ้านตาพราม-บ้านอามุย ต.เทพรักษา อ.สังขะ น้ำท่วมสูง รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้
และมีรายงานเพิ่มเติมว่าเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาชาวบ้านพยายามขับขี่รถจักรยานยนต์ฝ่ากระแสน้ำบริเวณดังกล่าว
แต่ถูกน้ำซัดรถจักรยานยนต์หายไปพร้อมทั้งคนขับคนซ้อน แต่ทั้ง 2 คนสามารถว่ายน้ำขึ้นฝั่งรอดมาได้อย่างหวุดหวิด
 
ทั้งนี้สำหรับอำเภอที่กำลังประสบอุทุกภัยในขณะนี้ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.สังขะ ศรีณรงค์ ศีขรภูมิ
สำโรงทาบ รัตนบุรี และอ.จอมพระ ส่วน อ.ท่าตูม และอ.ชุมพลบุรี ปริมาณน้ำในแม่น้ำมูลเริ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง
คาดว่าภายใน 2-3 วันนี้ จะมีน้ำจาก จ.นครราชสีมา ไหลมาสมทบอีกระลอก อาจส่งผลกระทบให้นาข้าวและ
หมู่บ้านที่อยู่ติดแม่น้ำมูลถูกน้ำท่วมได้

ที่มา:Post today
20 กันยายน 2556 เวลา 12:56 น.


.................



อยุธยาจมน้ำแล้ว 27 ตำบล เดือดร้อน 5,100 ครัวเรือน
ขณะเจ้าหน้าตั้งเต็นท์บนถนนคันคลองชนประทานเป็นจุด
ให้บริการประชาชนหนีน้ำ

วันนี้( 20 ก.ย.) พายุฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องทำให้เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท
ต้องเร่งระบายน้ำเหนือ ลงท้ายเขื่อน มากกว่า 1,650 ลบ.ม./วินาที ถือเป็นจุดวิกฤตสำหรับพื้นลุ่มต่ำ
 ในเขตจ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งล่าสุดเกิดภาวะน้ำล้นตลิ่ง  ในหลายอำเภอสูงมากกว่า 1 เมตร
ประชาชนเดือนร้อน เพราะน้ำท่วม ชุมชนและถนนเข้าหมู่ออกหมู่บ้าน
โดยระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องวันละ 20-30 เซ็นติเมตร
 
นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด กล่าวว่า
น้ำท่วมชุมชน ติดแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่นำน้อยใน 3 อำเภอแล้ว ได้แก่อ.บางบาล เสนา
และอ.ผักไห่ รวม 27 ตำบล 152 หมู่บ้าน 5,100 ครัวเรือน
 
ด้านพระครูสุทธิปัญญาโสภณ เจ้าอาวาสวัดท่าการ้อง ได้ออกมาเรียกร้องขอให้
กรมชลประทานเปิดเผยตัวเลขที่แท้จริง ของการปล่อยน้ำในปัจจุบันและอนาคตว่ามีจำนวนเท่าใด
เพราะเชื่อว่าตัวเลขที่แจ้งระบุนั้น น้อยกว่าปริมาณการปล่อยน้ำจริง

ที่มา:Post today 20 กันยายน 2556 เวลา 12:47 น


.....................


ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ฝนถล่มโคราชติดต่อกัน 2 วัน ส่งผลให้น้ำท่วมขังในตัวเมืองหลายจุด
ทั้ง ถ.สุรนารายณ์ หน้า ปภ.เขต 5 , ถ.ราชดำเนินหน้าจวนผู้ว่าฯ - สามแยกจักราช และ
สนามแข่งวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชียอ่วม เหตุระบายน้ำไม่ทัน ขณะการจราจรในตัวเมืองติดขัดหนัก
       
       วันนี้ (20 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า หลังจากมีฝนตกหนักติดต่อกันมาเป็นวันที่สอง
ส่งผลให้ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา เกิดน้ำท่วมขังหลายจุด และ ถนนหลายสายมีน้ำท่วมขังสูง เช่น
ถ.สุรนารายณ์ บริเวณหน้าศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 5 นครราชสีมา น้ำท่วมสูงกว่า 50 เซนติเมตร
รถยนต์เล็กไม่สามารถสัญจรได้ เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจร 1 ช่องทาง พร้อม ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่
เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากถนน
       
       นอกจากนี้ ที่ ถนนราชดำเนิน บริเวณหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา
มีน้ำท่วมขังสูงทำให้รถยนต์เล็ก และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถผ่านได้ เช่นเดียวกับที่
บริเวณสามแยกจักราช ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา รถยนต์เล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้
ขณะที่ ถ.มิตรภาพ บริเวณหน้าตลาดนัดเซฟวัน ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา
ซึ่งเป็นจุดน้ำท่วมขังซ้ำซาก ขณะนี้เกิดน้ำท่วมเล็กน้อย รถทุกชนิดยังสัญจรผ่านได้ตามปกติ
ส่วนที่ ถนนสาย 304 ราชสีมา-ปักธงชัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กู้ภัย
ต้องเร่งช่วยกันตัดต้นไม้ที่ล้มกีดขวางการจราจร
       
       ด้านสภาพการจราจรในตัวเมืองนครราชสีมา ตั้งแต่เช้าพบปริมาณรถสะสมหนาแน่นบนถนนทุกเส้นทาง
เนื่องจากเป็นช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ประกอบกับ มีฝนตกลงมาอย่างหนัก
ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่หันมาใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางไปทำงานและส่งบุตรหลานไปโรงเรียน
ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องระดมกำลังช่วยระบายการจราจรอย่างเต็มที่
       
       ล่าสุดมีรายงาน เกิดน้ำท่วมขังสูง กว่า 50 เซนติเมตร
เป็นบริเวณกว้างภายในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ต.ปรุใหญ่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา
สถานที่จัดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย 2013 ครั้งที่ 17
ทำให้บรรดาแฟนวอลเลย์บอลจำนวนมาก ต้องลุยน้ำเข้าไปซื้อตั๋วเพื่อเข้าชมและเชียร์ทีมชาติไทย
ที่จะพบกับ ทีมชาติจีน ในรอบรองชนะเลิศ เวลา 16.00 น. วันนี้ (20 ก.ย.) ที่
ยิมเนเซี่ยมชาติชายฮอลล์ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   20 กันยายน 2556 12:44 น.

,,,,,,,,,,,,,
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 20, 2013, 01:05:58 PM โดย admin »
   

Group: ผู้ดูแลระบบ
วีรบุรุษนักโพสต์
*****

+1/-0
กระทู้: 10306
อยุธยาอ่วม!น้ำท่วมแล้ว 6 อำเภอ


ลุ่มน้ำป่าสักเริ่มวิกฤต หลัง ปภ.-อย. เตือนเขื่อนพระรามหกปล่อยน้ำเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัว
ขณะที่ลุ่มเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย น้ำล้นท่วม 6 อำเภอแล้ว

เวลา 08.00 น. ( 21 ก.ย.)  นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา    กล่าวว่า  ขณะนี้มีฝนตกหนัก ในลุ่มแม่น้ำป่าสักด้านบน ทำให้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
เริ่มปล่อยระบายน้ำลงท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้น และน้ำไหลมาตามแม่น้ำป่าสัก จนกระทั่งมาถึงเขื่อนพระรามหก ที่อำเภอท่าเรือ

โดยเขื่อนพระรามหก ได้เริ่มการระบายน้ำเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัว จากเดิมเมื่อวานที่ 250 ลบ.ม./วินาที
เป็น 500 ลบ.ม./วินาที ในเช้าวันนี้  จึงขอประกาศเตือนให้ บ้านเรือนในชุมชนริมแม่น้ำป่าสัก
เขตอำเภอท่าเรือ อำเภอนครหลง และอำเภอพระนครศรีอยุธยา ทราบว่า จะมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก 1 เมตรในทันที

ขณะที่นายไมตรี ปิตินานนท์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า
ประตูน้ำปากคลองหันตราและปากคลองกะมัง เริ่มดำเนินการก่อสร้างไปไม่ถึง 5%
ทำให้ไม่สามารถป้องกันน้ำจากป่าสักไหลเข้าพื้นที่ได้ จึงขอเตือนชุมชนริมน้ำ และ
ชุมชนเมืองใหม่ ในเขตตำบลหันตรา ตำบลไผ่ลิง จะมีระดับน้ำล้นตลิ่งได้ในเร็วๆนี้
เพราะเขื่อนพระรามหก ได้เร่งปล่อยน้ำลงแม่น้ำป่าสักแล้ว

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ได้ขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้น
โดยล่าสุดน้ำท่วมใน 6 อำเภอแล้ว คือ อำเภอบางบาล อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางไทร
อำเภอพระนครศรีอยุธยา และอำเภอบางปะอิน  โดยจุดที่น้ำท่วมหนักที่สุด  สูงเกือบกว่า 1 เมตรครึ่งแล้ว
และน้ำท่วมยังมีระดับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องวันละ 30 เซ็นติเมตร เพราะเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท
ยังเพิ่มการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนมากเกือบ 1,900 ลบ.ม./วินาที

สำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ได้รับผลกระทบหนักสุด พบว่า น้ำได้ล้นตลิ่งท่วมในชุมชนและ
ถนนโครงข่ายในหมู่บ้าน ที่ตำบลบ้านกุ่ม ตำบลบางชะนี ตำบลบางบาล ตำบลไทรน้อย
ของอำเภอบางบาล และ ที่ตำบลบ้านใหม่  ตำบลภูเขาทอง ของอำเภอพระนครศรีอยุธยา
ซึ่งตรงนี้เป็นช่วงแม่น้ำเจ้าพระยาแคบที่สุด และมีความคดเคี้ยว ประกอบกับมีภาวะตลิ่งพังก่อนหน้านี้
และเมื่อน้ำไหลเชี่ยวแรง ทำให้ชาวบ้านวิงวอน ขอให้เรือบรรทุกดินทราย  ลากผ่านด้วยความเร็วต่ำ
เพื่อป้องกันคลื่นกระแทกฝั่งอย่างรุนแรง

ที่มา:Post today
21 กันยายน 2556 เวลา 09:33 น.

.................................................


น้ำท่วมสุรินทร์เริ่มคลี่คลาย

สุรินทร์น้ำลดระดับ ถนน-สะพานหลายเส้นพังจากน้ำกัดเซาะ
ขณะที่น้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงยังทะลักท่วมทางกว่า 2 กิโลเมตร

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.สุรินทร์ โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ 
พบว่าขณะนี้ระดับน้ำได้ลดลงบ้างแล้ว  แต่ยังมีน้ำท่วมขังบางแห่ง
เนื่องจากตลอดคืนที่ผ่านมาพบว่าฝนตกเบาบางลง แต่ท้องฟ้ายังมืดครึ้มอยู่

ขณะที่ปริมาณน้ำที่ไหลมาจากหลายพื้นที่ต่างๆมารวมภายในอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง อ.เมือง จ.สุรินทร์
ทำให้ปริมาณน้ำเกินกักเก็บ 120 %  ต้องเร่งระบายน้ำออก ส่งผลให้ถนนขาออกจากตัวเมืองสายปราสาท
ตั้งแต่หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานวิทยาเขตสุรินทร์ ไปจนถึง 4 แยกเลี่ยงเมืองหนองเต่า
ระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร มีระดับน้ำสูงกว่า 70 ซ.ม. เมตร รถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้
ทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบจากอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงแล้วกว่า 500 หลังคาเรือน
เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ

ขณะที่ พันเอกศักดิ์ชัย ทองนุ่ม เสนาธิการจังหวัดทหารบกสุรินทร์ ยังคงนำกำลังพล  50 นาย
พร้อมเรือท้องแบน 5 ลำ รถบรรทุกขนาดใหญ่ 7 คัน ช่วยขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ของชาวบ้าน
ในเขตตำบลนอกเมืองออกจากพื้นที่บางแห่งที่อยู่ที่ลุ่มหวั่นน้ำจากห้วยเสนงหนุนท่วมอีก

ส่วนปริมาณน้ำท่วมขังในพื้นที่ อ.สังขะ ศรีณรงค์ อ.ศรีขรภูมิและสำโรงทาบ
ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำแรกจากเทือกเขาพนมดงรัก พบว่า ระดับน้ำได้ลดลงมากแล้ว 
เส้นทางต่างๆน้ำลดระดับและกลับสัญจรได้ตามปกติ แต่ยังมีบางเส้นที่เป็นพื้นที่ลุ่มที่ยังคงมีน้ำไหลผ่าน

เนื่องจาก เมื่อคืนที่ผ่านมา ฝนได้ตกเบาบางลง  ทำให้ไม่พบว่ามีปริมาณเข้ามาสมทบอีก
ขณะที่มวลน้ำจำนวนมากก่อนหน้านี้ได้ไหลผ่านลงไปยังพื้นที่ จ.สรีสะเกษแล้ว
ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่เริ่มคลี่คลายลง แต่ยังทิ้งสภาพความเสียหายไว้ 
ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือนประชาชน รวมทั้งรถยนต์และทรัพย์สินต่างๆไว้

นอกจากนี้พบสะพานและถนนในหลายพื้นที่โดยเฉพาะถนนเส้นรอง ที่เชื่อมเส้นทางตามหมู่บ้าน
และเป็นจุดที่น้ำไหลผ่านได้ถูกน้ำกัดเซาะทำลายตัดขาดเสียหายไปในหลายเส้นทางและหลายพื้นที่อีกด้วย

ขณะที่ระดับน้ำบนถนนหมายเลข 24 โชคชัย- เดชอุดม ในพื้นที่ อ.สังขะ น้ำได้ลดลงและสามารถสัญจรได้
ส่วนบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละพื้นที่ได้เข้าสำรวจและช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้นแล้ว

ทั้งนี้ ทางจังหวัด ได้แจ้งให้ส่วนราชการระดมสรรพกำลัง เรือท้องแบน เครื่องสูบน้ำ
เครื่องอุปโภค –บริโภค เข้าไปให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง 
พร้อมกันนี้จังหวัดยังได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานรับแจ้งสถานการณ์และการให้การช่วยเหลือ
ผู้ประสบภัยที่ห้องประชุมสุรินทร์ภักดี ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ 

โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประจำศูนย์ และ
ได้มีการตั้งศูนย์พักพิงเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย 2 จุด โดยในเขตอำเภอเมือง
ณ สโมสรทหารบกสุรินทร์ โดยมีชาวบ้านที่อพยพมาพักพิงจากบ้านสะโน หมู่บ้านจัดสรรนีโอแลนด์   
หมู่บ้านแฮปปี้แลนด์   หมู่บ้านซิตี้แลนด์  ต.นอกเมือง  ประมาณ 100 คน  และจุดที่ 2 เขตพื้นที่ อ.สังขะ 
ตั้งศูนย์พักพิง ณ ที่ว่าการอำเภอสังขะ  มีผู้อพยพประมาณ  50 คน

ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้นำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยประจำจุดต่างๆ
ที่ยังมีน้ำท่วมสูงอยู่ ได้แก่ อบต.คอโค  อบต.นอกเมือง เทศบาลตำบลลำดวนสุรพินท์   
วนจังหวัดทหารบกสุรินทร์ได้นำรถบรรทุกเพื่อขนย้ายผู้ประสบภัยในเขตเทศบาล จำนวน 8 คัน
กำลังพล 100 นาย และมูลนิธิเพื่อนพึ่งพายามยาก จะนำถุงยังชีพพระราชทานช่วยเหลือแก่
ผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอสังขะ อีกจำนวน 2000 ถุง


ที่มา:Posttoday21 กันยายน 2556 เวลา 09:45 น.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 21, 2013, 10:01:58 AM โดย admin »
   

Group: ผู้ดูแลระบบ
วีรบุรุษนักโพสต์
*****

+1/-0
กระทู้: 10306
ปราจีนฯอ่วมน้ำป่าทะลักสัญจรตัดขาด
21 กันยายน 2556 เวลา 21:43 น.

น้ำจากอ่างเก็บน้ำไหลสมทบเข้าท่วม อ.ศรีมหาโพธิ เส้นทางสัญจรถูกตัดขาด
ท่วมฟาร์มไก่ตายเกือบยกเล้า งดล่องแก่งหินเพิง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  บ้านวังทะลุ หมู่ 3 ต.กรอกสมบูรณ์ อำเภอศรีมหาโพธิ
มีน้ำท่วมอีกแห่งล่าสุด ช่วงเที่ยงวันที่ผ่านมามวลน้ำจำนวนมากไหลเข้าหมู่บ้านท่วมพื้นที่การเกษตรและ
สะพานเชื่อมระหว่างหมู่บ้านจนระดับน้ำบนสะพานสูงเกือบครึ่งเมตร ทำให้รถขนาดเล็กผ่านด้วยความลำบาก

นอกจากนั้นยังซัดถนนในหมู่บ้านจนขาดได้รับความเสียหาย
ชาวบ้านไม่สามารถใช้เป็นเส้นทางสัญจรตามปกติได้
ต้องเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นเป็นการชั่วคราวสาเหตุมาจากประตูน้ำที่มีขนาดเล็ก
และสร้างมานานหลายปีไม่สามารถระบายน้ำจำวนมากได้ทัน

เบื้องต้น นางสาวจิตรา  พรหมชุติมา ผู้ว่าราชการจังหวัด ทราบข่าวจึงพร้อมด้วย
นายนิรุช  ศรีสวัสดิ์ นายอำเภอศรีมหาโพธิ ลงตรวจสอบพื้นที่พบว่าน้ำได้ท่วมถนนเป็นทางยาว
และไหลแรงจนกัดเซาะถนนจนขาดไม่สามารถใช้การได้จึงสั่งให้ปิดเส้นการใช้งาน
เพื่อความปลอดภัยของผู้ที่จำเป็นต้องใช้เส้นทางดังกล่าว โดยขอให้ไปใช้เส้นทางอื่นแทน 
พร้อมกับสั่งให้ทาง อ.ศรีมหาโพธิ เร่งดำเนินการซ่อมแซมเมื่อนำลดเข้าสู่ภาวะปกติ
ให้ใช้การได้เช่นเดิม

นอกจากนี้ ได้รับแจ้งว่าน้ำยังไหลเข้าท่วมฟาร์มไก่ของนางสรีย์ ชื่นชอบ
เลขที่ 79 ม.3 ซึ่งเลี้ยงไว้จำนวน 8,800 ตัว ได้รับความเสียหาย
ซึ่งมีไก่จำนวนมากเกือบ 300 ตัว จมน้ำตาย
ส่วนที่เหลือคนงานต้องช่วยกันขนย้ายเป็นการด่วน

เนื่องจากไก่ทั้งหมดใกล้จับส่งได้แล้ว และที่ ฟาร์มของนางกัลยา มิลคาเดอร์
ที่อยู่สูงขึ้นไปต้องรีบขนย้ายเป็นการด่วน ซึ่งฟาร์มกัลยา มีไก่ที่เลี้ยงไว้ 2 ฟาร์มเกือบ
 20,000 ตัว โชดดีที่ยังไม่ได้รับความเสียหาย

จากนั้น นส.จิตรา พรหมชุติมา ผู้ว่า ปราจีน และนพ.นพพร สสจ.ปราจีน ได้เดินทางต่อ 
ดูสถานการณ์น้ำท่วมตำบลแก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรีติดอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก
ลงเรือมอบอาหารแห้ง ยา แก่ประชาชน 30 หลังคาเรือน โดย มีน้ำท่วมใน ม.1,2,4,5 ท่วม
ประมาณ 100 หลังคาเรือน และ ม.12,3 ไม่มีน้ำท่วมแต่สัญจรออกไม่ได้เพราะน้ำท่วมถนน
การสัญจรครับ ผวจ.และ นพ.นพพร ได้ มอบยา น้ำ อาหาร แก่ชาวบ้านไปแล้ว130 ชุด
ไม่มีผู้เจ็บป่วยรุนแรง

ส่วนสถานการณ์น้ำที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 9 (ขญ.9)หรือ แก่งหินเพิง
พบระดับน้ำบนแก่งยังสูงอยู่แต่มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ เพราะน้ำไหลลงสู่อำเภอนาดี
และอำเภอกบินทร์บุรีค่อนข้างเร็ว การล่องแก่งยังเปิดให้ล่องได้ปกติ
แต่ต้องปล่อยเรือต่ำกว่าแก่งหินเพิงลงมาโดยปล่อยที่แก่งผักหนามล้อม
ระดับการล่องแก่ง ล่องได้ยากมาก น้ำไหลเชี่ยว มีสีขุ่น ต้องใช้ทักษะในการพายสูง
และใช้ความระมัดระวังมาก ปล่อยเรือที่แก่งผักหนามล้อม ทั้งนี้ นายดำริห์  รัตนชินกร
นายกสมาคมการท่องเที่ยว จ.ปราจีนบุรีแจ้งว่าได้ให้ผู้ประกอบการงดล่องแก่ง 1วัน
เพื่อดูระดับน้ำและความรุนแรง จะเปิดล่องแก่งพรุ่งนี้ 
ที่ผ่านมาข่าวน้ำท่วมยังไม่กระทบยอดนักท่องเที่ยวที่จองไว้


ที่มา:Post today
.......................................

ระดมกำลังทหารที่บุรีรัมย์เร่งอพยพคนหนีน้ำ

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์วันที่ 21 กันยายน 2556 20:29

ระดมกำลังทหารที่บุรีรัมย์ร่วม 50 นาย พร้อมเรือท้องแบนเร่งอพยพขนย้ายหนีน้ำ
ทหารบกบุรีรัมย์ พร้อมกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 23 และชุดเฉพาะกิจ
กรมทหารพรานที่ 26 ได้ระดมกำลังพลร่วม 50 นาย
พร้อมเรือท้องแบนเข้าช่วยขนย้ายข้าวของตามบ้านเรือน วัด และลำเลียงสุกรกว่า 30 ตัวขึ้นที่สูง
หนีน้ำที่ทะลักเข้าท่วมบ้าน วัด นาข้าว สวนยาง และถนน อีก 6 หมู่บ้านสูงกว่า 1 เมตร
ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว

พ.ต.ฉัตรเกล้า มณฑล นายทหารกิจการพลเรือน จังหวัดทหารบกบุรีรัมย์
พร้อมร้อยตรีทรงยุทธ โสภาชัย หัวหน้าชุดกิจการพลเรือน กองกำลังสุรนารี
ได้ระดมกำลังพลทั้งจากจังหวัดทหารบก กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 23
และชุดเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 26 อ.ละหานทราย ร่วม 50 นาย พร้อมเรือท้องแบน
เข้าทำการช่วยเหลืออพยพขนย้ายข้าวของตามบ้านเรือน วัด พร้อมทั้งช่วยกันลำเลียงสุกร
ในโรงเรือนของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้กว่า 30 ตัว และสัตว์เลี้ยงอื่นในพื้นที่ ต.หินลาด อ.บ้านกรวด
หลังน้ำป่าจากเทือกเขาพนมดงรักได้ทะลักเข้า วัด บ้านเรือน ถนน นาข้าว และ
สวนยางพาราสูงกว่า 1 เมตร โดยเฉพาะวัดป่าเทพนิมิต ได้ถูกน้ำท่วมล้อมรอบทั้งกุฎิ
ศาลาวัด โรงทาน และพื้นที่รอบวัดสูงกว่า 1เมตร

ซึ่งการช่วยเหลือก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากระดับน้ำท่วมสูงและไหลเชี่ยว
จึงสามารถลำเลียงสุกรบรรทุกใส่เรือท้องแบนข้ามมายังจุดที่ไม่ถูกน้ำท่วม
ได้เพียงครั้งละ 1 ตัวเท่านั้น และจากกระแสน้ำที่ไหลหลากเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว
ทำให้ทรัพย์สิน และสิ่งของมีค่าของประชาชนหลายครัวเรือนแช่น้ำเสียหาย
เนื่องจากไม่สามารถขนขึ้นที่สูงได้ทัน ขณะที่จากข้อมูลของสำนักงานป้องกัน
และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบุรีรัมย์ ล่าสุดมีรายงานน้ำท่วมแล้ว 6 อำเภอ
ประกอบไปด้วย อ.บ้านกรวด ละหานทราย ปะคำ โนนดินแดง กระสัง และ
อ.ประโคนชัย มีราษฎรได้รับความเดือดร้อนหลายร้อยครัวเรือน
ถนนที่ได้รับผลกระทบเกือบ 50 สาย นาข้าวและพืชไร่อีกกว่า 10,000 ไร่

...................................
น้ำทะลักท่วมตลาดสดท่าเรือ อยุธยา หลังแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นสูง
พระ-เณรเร่งเตรียมกระสอบทรายวางแนวป้องกันน้ำ
 
วันนี้ (20 ก.ย.) นางกุลฟารีย์ เทพารักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)
โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เปิดเผยว่า หลังจากที่ฝนได้ตกลงมาอย่างหนักตลอดคืนที่ผ่านมา
 (19 ก.ย.) ทำให้น้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทาง อบต.โผงเผง
จึงได้ประกาศเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งเพิ่ม และเร่งย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง
โดยขณะนี้ ชาวบ้านต้องใช้เรือพายในการเข้าออกจากบ้านแล้ว และ
มีบ้านบางหลังต้องใช้สะพานทอดผ่านบ้านในการเดินทางเข้าออกจากบ้านสู่ถนน
       
       “ขณะนี้ชาวบ้านในโผงเผงกำลังได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง
และวันนี้ทางกองพันทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์ จังหวัดลพบุรี
ได้นำกำลังทหารมาช่วยชาวบ้านกรอกทรายป้องกันน้ำล้นตลิ่ง
ส่วนฝนตอนนี้ก็ยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง” นางกุลฟารีย์ กล่าว
       
       ขณะที่ชาวบ้านหมู่ที่ 5 ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง
ต้องเร่งเก็บปลาทับทิมที่ตายในกระชังเลี้ยงที่อยู่ในคลองโผงเผง
คลองสาขาแม่น้ำเจ้าพระยา หลังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทำให้ปลาในกระชังเกิดน็อกน้ำที่ไหลแรงตายลงเป็นจำนวนมาก
ทำให้ชาวบ้านหลายคนต้องเร่งเรียกพ่อค้ามาจับปลาเพื่อนำไปขาย
เพราะหากปล่อยปลาจะน็อกน้ำตาย ทำให้ขาดทุน และ
กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวรุนแรงอาจจะกระทบแพปลากระชังทำให้เสียหาย
 จึงต้องเร่งจับปลาก่อนเสียหายเพิ่มขึ้น
       
       นายปราโมทย์ ไพโรจน์ อายุ 46 ปี คนเลี้ยงปลากระชังหมู่ 5
ต.โผงเผง อ.ป่าโมก เปิดเผยว่า หลังจากน้ำได้เพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็วเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา
ทำให้ปลาตายเป็นจำนวนมาก ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งจับปลาขาย
แม้บางตัวยังไม่ได้ขนาดตามที่ต้องการก็ตาม และต้องคอยดูแลกระชังปลา
หลังกระแสน้ำที่ขึ้นอย่างรวดเร็ว และไหลแรงอาจทำให้กระชังปลาขาดเสียหายได้
       
       วันเดียวกัน นายชัย สุวพันธุ์ นายกเทศมนตรีเมืองอ่างทอง
ได้เรียกประชุมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ประธานชุมชนทั้ง 22 ชุมชน
พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนการงาน เพื่อหารือวางแผนรับมือมือสถานการณ์น้ำท่วม
หลังฝนตกหนักติดต่อกันมาหลายวัน ทำให้น้ำท่วมขังตามแหล่งชุมชนต่างๆ
และการระบายได้อย่างล่าช้า เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น
พร้อมส่งเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองอ่างทอง
ออกสูบน้ำช่วยเหลือประชาชนในบริเวณที่น้ำฝนท่วมขังเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
       
       พร้อมนำเจ้าหน้าที่ พนักงาน ลูกจ้างออกกรอกกระสอบทรายเพื่อเตรียมพร้อม
รับสถานการณ์หลังน้ำเพิ่มสูงขึ้นตลอดเวลา และออกประกาศเตือนภัย หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยา
ได้ประกาศเตือนพายุดีเปรสชั่นและร่องมรสุมตะวันตกเตรียมถล่มไทยหลายจังหวัด
ตลอดจนนำรถประชาสัมพันธ์ออกกระจายเสียงไปตามชุมชนต่างๆ
 เพื่อให้ประชาชนได้เตรียมตัวป้องกันและรับสถานการณ์ด้วย
       
       สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มสูงต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำที่สถานีชลมาตร C7A
หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทองอยู่ที่ 7.03 เมตร/รทก. จากระดับตลิ่ง 9.32 เมตร
น้ำไหลผ่าน 1,740 ลบ.เมตร/วินาที และมีทีท่าจะเพิ่มสูงต่อเนื่อง โดยมีพื้นที่ใน
 ต.โผงเผง อ.ป่าโมกและ ต.จำปาหล่อ อ.เมือง จ.อ่างทอง ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างแล้ว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   21 กันยายน 2556 18:24 น

.....................................

อุบลราชธานีอพยพชาวบ้านหนีน้ำป่า

อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี รีบอพยพหนีน้ำ
หลังน้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมขังแปลงนาสูงกว่า 1 เมตร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บางพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานี
ยังคงมีน้ำท่วมขังเนื่องจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่น ชาวบ้านค้อหวาง ต.คูเมือง
อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี รีบอพยพหนีน้ำ หลังน้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมขังแปลงนาสูงกว่า
1 เมตร ท่วมต้นข้าวในนาข้าวทั้งหมด เสียหายกว่า 500 ไร่

เมื่อวันที่ 21 กันยายน บางพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานี
ยังคงมีน้ำท่วมขังเนื่องจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่น เช่นที่
บริเวณสี่แยกตลาดวารินเจริญศรี ต.แสนสุข อ.วารินชำราบ
น้ำท่วมผิวจราจรระดับน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตร เป็นระยะทางยาวกว่า 2 กิโลเมตร
เนื่องจากท่อระบายน้ำอุดตัน ส่วนในเขต อ.เมืองอุบลราชธานี ที่เกิดน้ำท่วมขังอย่างหนัก
ได้คลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

ขณะเดียวกันจากการที่ฝนตกหนัก ทำให้เกิดความเสียหายต่อพืชผล
ทางการเกษตรของชาวบ้านหลายพื้นที่ โดยเฉพาะชาวบ้านค้อหวาง
ต.คูเมือง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

ขณะนี้ชาวนากำลังวิตกกังวลอย่างหนัก เนื่องจากนาข้าว ที่กำลังตั้งท้อง
ได้มีน้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมนาข้าวสูงกว่า 1 เมตร เสียหายกว่า 500 ไร่
ขณะเดียวกันชาวบ้านต้องช่วยกันนำนายสง่า นามสะพู นางดำเนิน นามสะพู
สองสามี ภรรยาที่ติดอยู่กระท่อมนา ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว
โดยช่วยเหลือหนีน้ำมาได้ แต่ วัว 4 ตัว หมู 3 ตัว รถไถ่นาอีก 3 คัน
จมและไหลไปกับกระแสน้ำ

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 21 กันยายน 2556 19:02
....................
   

Group: ผู้ดูแลระบบ
วีรบุรุษนักโพสต์
*****

+1/-0
กระทู้: 10306
น้ำลำมูลเอ่อท่วมอุทยานไทรงามพิมาย

น้ำลำมูลเอ่อท่วมอุทยานไทรงาม อ.พิมายแล้ว ขณะที่ชป.8 ยัน ทุกอ่างไม่มีการระบายน้ำ

เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ในพื้นที่จ.นครราชสีมา
ส่งผลให้ปริมาณน้ำในลำน้ำมูลที่ไหลผ่านอ.พิมาย ซึ่งเป็นลำน้ำที่รองรับน้ำจากทั่วทุกพื้นที่ของจังหวัด
ก่อนที่จะไหลลงแม่น้ำมูลที่จ.อุบลราชธานี ขณะนี้เพิ่มปริมาณสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเริ่มเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมอุทยานไทรงาม
ภายในเขตเทศบาลตำบลพิมาย ทำให้ต้นไทรอายุกว่า 350 ปี กว่า 100 ต้น ถูกน้ำท่วมสูงเฉลี่ยประมาณ 30-40 ซม .
และกำลังเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยทางเทศบาลตำบลพิมายได้ประกาศให้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ติดกับลำน้ำ
ให้ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและเฝ้าติดตาการประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการ 24 ชั่วโมง

ด้านหม่อมหลวงอนุมาศ  ทองแถม  ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา
กล่าวถึงสถานการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 5 แห่ง
ล่าสุดขณะนี้ปริมาณน้ำในอ่างต่างๆเพิ่มสูงขึ้นย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยอยู่ที่ 58 เปอร์เซ็นต์ของความจุทั้งหมด
โดยอ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ปริมาณน้ำล่าสุดอยู่ที่ 132 ล้าน ลบ.ม.
จากความจุกักเก็บทั้งสิ้น 324.39 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 41 % ของความจุ , อ่างเก็บน้ำลำมูลบน อ.ครบุรี
ปริมาณน้ำอยู่ที่ 68 ล้าน ลบ.ม. จากความจุ 141.00 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 49 % , อ่างเก็บน้ำลำแชะ
อ.ครบุรี ปริมาณน้ำอยู่ที่ 175  ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งสิ้น 250.00 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 65 % ,
อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย ปริมาณน้ำอยู่ที่ 75 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งสิ้น 109.63 ล้าน ลบ.ม.
คิดเป็น 68 % และอ่างเก็บน้ำลำปลายมาศ อ.เสิงสาง มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 62 ล้าน ลบ.ม.
จากความจุกักเก็บทั้งหมด  98 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 63  %

ทั้งนี้ทางสำนักชลประทานที่ 8 ได้สั่งให้ทุกอ่างเก็บน้ำได้หยุดการระบายน้ำออกจากอ่างฯ
เนื่องจากเพื่อทำการกักเก็บน้ำที่ได้รับจากปริมาณน้ำท่าที่ไหลเข้าอ่างไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้ง
ส่วนปริมาณน้ำภายในลำตะคองที่ไหลผ่านตัวเมืองมีปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น
เนื่องจากเป็นปริมาณน้ำฝนที่ตกสะสมในพื้นที่ท้ายอ่างฯ
อีกทั้งก็เป็นปริมาณน้ำที่ได้มีการระบายน้ำที่ท่วมขังในทุกพื้นที่ลงมาในลำน้ำลำตะคอง
จึงทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำลำตะคองที่ไหลผ่านตัวเมืองมีปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้น
อย่างไรก็ตามทางชลประทานได้สั่งการให้เขื่อนระบายน้ำทุกแห่งได้ทำการยกบานประตูระบายน้ำ
ให้สูงกว่าระดับน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำในทุกพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดน้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน

ที่มา:Post today
23 กันยายน 2556 เวลา 18:16 น.

...................


พนังกั้นน้ำพังจมบ้านเรือนพิษณุโลก200หลัง

น้ำป่าไหลทะลักพนังกั้นน้ำคลองเนินกุมพังเอ่อท่วมบ้านเรือนบางกระทุ่ม พิษณุโลกจม200หลังคาเรือน

วันนี้(23ก.ย.)สถานการณ์น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ได้หลากเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ
ที่เป็นนาข้าวและพื้นที่ทางการเกษตรเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะ 5 อำเภอ ประกอบด้วย
 อ.วังทอง อ.นครไทย. อ.ชาติกระการ  อ.บางระกำ และอ.บางกระทุ่ม
ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าที่มาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ได้หลากเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ
โดยเฉพาะที่อ.บางกระทุ่ม ได้เกิดพนังกั้นน้ำคลองเนินกุ่มเกิดแตกประมาณ 100 เมตร
ที่บริเวณ หมู่ที่ 1  บ้านท่ายาง  ต.เนินกุ่ม  ส่งผลให้มีน้ำไหลทะลักท่วมถนนระยะทางกว้าง
ก่อนไหลบ่าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชน  วัด โรงเรียน และพื้นที่การเกษตร  เบื้องต้น
 
ขณะที่นายชายนนท์ สีแดง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 พร้อมชาวบ้านกว่า 30 คน กำลังเร่งกรอกกระสอบทราย
เพื่อนำไปกั้นบริเวณริมถนนสายบ้านท่ายาง ซึ่งจากผลเสียหาย พบว่ามีบ้านเรือนชาวบ้านใน
หมู่ 1 บ้านท่ายางพัฒนา ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้กว่า 200 หลังคาเรือน
ที่นาสำรวจในเบื้องต้น กว่า 2พันไร่ ที่ถูกน้ำท่วม บ่อปลาชาวบ้านในหมู่บ้าน กว่า 30 บ่อ
ถูกน้ำท่วมเสียหาย โรงเรียน 1 แห่งต้องสั่งปิดทำการ วัด 2 แห่ง ถูกน้ำท่วมขัง
ทำให้ต้องมีการประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจาก ค่ายกองบิน46 พิษณุโลก
นำกำลังทหารเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วนพร้อมร้องขอไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เพื่อขอสนับสนุนกระสอบทราย และเรือท้องแบนมาไว้ใช้รับส่งชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านและถูกน้ำท่วมขังสูง
ประมาณ 50 เซนติเมตร
 
ด้านนายเกษม จูไพรี ชาวบ้านท่ายาง กล่าวว่า ได้ระรมชาวบ้านในหมู่บ้านกว่า 30 คน
ตัดไม้เพื่อนำมาทำเป็นแนวกั้นน้ำที่ล้นจากคลองเพื่อเป็นการชะลอน้ำที่ไหล
เข้าท่วมอย่างรุนแรงให้ชะลอลดระดับลง แต่เนื่องจากยังขาดอุปกรณ์ และเครื่องไม้เครื่องมือ
จึงทำไปได้ยากพร้อมกับมีการร้องขอไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เพื่อขอสนับสนุนกระสอบทราย และเรือท้องแบนมาไว้ใช้รับส่งชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านและถูกน้ำท่วมขังสูง
ประมาณ 50 เซนติเมตร โดยในเช้าวันนี้ ทางโรงเรียนท่ายางพัฒนา ได้ทำการสั่งปิดการเรียนการสอนอย่างไม่มีกำหนด
เนื่องจากน้ำที่ไหลเข้าท่วม มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
ด้านนางจำเนียร พินิจ อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 50 ม.1 ต.เนินกุ่ม อ.บางกระทุ่ม บ้านที่ถูกน้ำไหลเข้าท่วมสูง 1 เมตร
เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาน้ำได้ไหลเอ่อจากคลองเนินกุ่ม เข้าท่วมบ้านอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ทันได้เก็บของขึ้นที่สูง
จึงทำให้น้ำได้ไหลบเข้าท่วมบ้าน จนข้าวของชั้นล่างเสียหายทั้งหมด ซึ่งในปีนี้ถือว่าน้ำมาอย่างรุนแรงและเร็วกว่าทุกครั้ง
โดยไม่คิดว่าน้ำจะไหลแรงขนาดนี้ จึงทำให้เก็บข้าวของไม่ทัน จากเหตุการณ์ดังกล่าว

ที่มา:Post today
23 กันยายน 2556 เวลา 14:35 น.

......................

น้ำท่วมปราจีนยังวิกฤต ประกาศ 4 อำเภอเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   23 กันยายน 2556 16:33 น.   
 
ศูนย์ข่าวศรีราชา - สถานการณ์น้ำท่วมปราจีนยังวิกฤต จังหวัดประกาศ 4 อำเภอเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ล่าสุด
ระดับน้ำที่ต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี วัดที่ อ.กบินทร์บุรี เกินจุดวิกฤต 25 ซม. ล้นตลิ่งท่วมเรือนจำกบินทร์บุรี
ต้องเร่งขนย้ายนักโทษ
       
       วันนี้ (23 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วม จ.ปราจีนบุรี ว่า
จังหวัดได้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติน้ำท่วมแล้ว 4 อำเภอ คือ อ.นาดี อ.กบินทร์บุรี อ.ศรีมหาโพธิ และ
อ.เมือง และล่าสุด ระดับน้ำที่ต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี วัดที่ อ.กบินทร์บุรี เกินจุดวิกฤต 25 เซนติเมตร
ล้นตลิ่งท่วมเรือนจำกบินทร์บุรี ต้องขนย้ายผู้ต้องขังไปที่เรือนจำจังหวัดสระแก้ว และเรือนจำจังหวัดปราจีนบุรี
142 คน จากทั้งหมด 734 คน ส่วนที่ชุมชนไปรษณีย์ ชุมชนโรงสี น้ำสูงประมาณ 1.20 เมตร
ประชาชนเดินทางเข้า-ออกด้วยความลำบาก
       
       นอกจากนี้ น้ำยังท่วมสูงที่ชุมชนตลาดเก่า และทะลักเข้าเขตเศรษฐกิจเทศบาลตำบลกบินทร์บุรีสูง 1 เมตร
พ่อค้าแม่ค้าขนย้ายสิ่งของ และปิดร้านไปตั้งขายที่บริเวณศูนย์การค้าเทศบาลกบินทร์บุรี
       
       ล่าสุด น้ำในแม่น้ำปราจีนบุรี และน้ำที่ถูกระบายมาจากอ่างเก็บน้ำแควระบม อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา
ได้หลากลงมาที่ อ.ศรีมหาโพธิ บ้าน วัด และโรงเรียน ที่อยู่ริมแม่น้ำปราจีนบุรีถูกน้ำท่วม ตลาดท่าประชุม
หรือตลาดเทศบาลตำบลศรีมหาโพธิ น้ำท่วมสูง 20-40 เซนติเมตร โดยวันที่ 24 กันยายน
เทศบาลตำบลศรีมหาโพธิ์ จะให้แม่ค้าไปตั้งแผงขายที่สวนสาธารณะลายพระหัตถ์ หรือ
หน้าอำเภอศรีมหาโพธิเป็นการชั่วคราว
       
       นอกจากนี้ น้ำยังไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนหลายร้อยหลัง นาข้าวทั้งใน อ.ศรีมหาโพธิ และ อ.เมือง
คาดว่าจะเสียหายทั้งหมด ขณะที่มณฑลทหารบกที่ 12 นำรถบรรทุก 5 คัน และกำลังพล 150 นาย
ออกบริการรับ-ส่งประชาชนที่ต้องเดินทางไปทำธุระนอกบ้าน

....................

“ปู” ตกใจ! น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น-มท.เผย 21 จว.ท่วมแล้ว “อุบลฯ” น่าห่วงสุด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   23 กันยายน 2556 19:04 น.


นายกฯ ดูระดับน้ำหน้าราชนาวิกสภา กองทัพเรือ ห่วงระดับน้ำสูงขึ้น สั่งกองทัพเรือติดตามใกล้ชิด
อีกด้านที่มหาดไทย ประชุมด่วนถกรับมือป้องกันน้ำท่วม “รอยล” เผยตอนนี้เกิดอุทกภัยแล้ว 21 จังหวัด
ประชาชนเดือดร้อน 604,788 คน “อุบลราชธานี” น่าห่วง สั่งทุกจังหวัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้า
       
        วันนี้ (23 ก.ย.) เมื่อเวลา 16.00 น.ที่ราชนาวิกสภา กองทัพเรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
และ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย นายวิบูลย์ สงวนพงษ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชวลิต ชูขจร
ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ยืนดูระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณระเบียงหอประชุมราชนาวิกสภา
ก่อนการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง หรือเทียบเท่า

ซึ่งนายกฯ แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้น
ได้ให้กองทัพเรือติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ใช้เรือผลักดันน้ำเร่งระบาย พร้อมระบุว่า
ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดมีความเชื่อมโยงในการระบายอย่างเป็นระบบ มั่นใจน้ำเหนือเขื่อนจะมีปริมาณไม่มาก
ขณะที่น้ำใต้เขื่อนจะมีการเร่งระบายไปตามพื้นที่รับน้ำที่เตรียมไว้ เพื่อไม่ให้กระทบกับพื้นที่
กทม.สั่งเตรียมเครื่องสูบน้ำ เรือดันน้ำ ร่วมกับ กทม.เร่งระบายน้ำอีกทางหนึ่งแล้ว

ซึ่งเบื้องต้น กทม.ได้เตรียมแผนรับมือตามที่รัฐบาลวางแผนไว้แล้ว
 เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมเอ่อล้นจนระบายไม่ทัน ก็หวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์ชาวบ้านประท้วงขอเปิดประตูระบายน้ำ
       
       อีกด้านหนึ่งที่กระทรวงมหาดไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

โดยมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากเข้าประชุมอาทิ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
อธิบดีกรมชลประทาน และนายรอยล จิตรดอน ผอ.สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร เป็นต้น
       
       โดย นายจารุพงศ์ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาหลายจังหวัดมีฝนตกหนักจากร่องฝน และ
ดีเปรสชันเคลื่อนตัวผ่าน ทำให้เกิดฝนตกหนักและเกินน้ำท่วมขังในบางพื้นที่
ทำให้กลายเป็นข่าวที่ทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวล ดังนั้นกระทรวงมหาดไทย
จึงได้จัดประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และ
เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือหากมีสถานการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้น
       
       นายรอยล จิตรดอน ผอ.สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร กล่าวว่า
สถานการณ์อุทกภัยขณะนี้เกิดใน 21 จังหวัด 114 อำเภอ มีประชาชนเดือดร้อน 604,788 คน
แบ่งเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 จังหวัด, ภาคเหนือ 4 จังหวัด, ภาคกลาง 7 จังหวัด,
ภาคตะวันออก 2 จังหวัด และภาคใต้ 1 จังหวัด แต่โดยรวมแล้วน้ำปีนี้มากกว่าปี 2555
แต่ยังน้อยกว่าปี 2554 โดยจากการตรวจสอบปริมาณน้ำสถานีบ้านค่ายจิระประวัติ จ.นครสวรรค์ พบว่า
แม่น้ำเจ้าพระยายังสามารถรองรับน้ำได้อีก แต่ที่น่ากังวลคือในวันที่ 25-29 ก.ย.นี้
จะมีร่องมรสุมพาดผ่านเข้ามาทางภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างอีกรอบ
ซึ่งจะทำให้มีฝนตกเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะภาคกลาง, กทม., ปริมณฑล และภาคตะวันออก
ส่วนปริมาณน้ำในเขื่อนที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิดคือ เขื่อนขุนด่านปราการชล
ซึ่งขณะนี้มีน้ำอยู่ 92% ของความจุ สามารถรับได้อีกแค่ 17 ล้าน ลบ.ม.และเขื่อนลำนางรอง
มีน้ำอยู่ 81% ของความจุ หากฝนตกลงมาอย่างหนักอีกรอบ จะทำให้น้ำจากเขื่อนลำนางรอง
จะทะลักออกไปทางจังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนตัวพื้นที่น่าเป็นห่วงคือ จ.อุบลราชธานี ที่จะต้องรับน้ำจาก
จ.นครราชสีมา และ จ.สุรินทร์ ซึ่งหากเกิดฝนตกในพื้นที่จะทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่งได้
       
       “การระบายน้ำผ่านแม่น้ำสายหลักยังสามารถรับน้ำได้อยู่ ไม่จำเป็นต้องผันน้ำเข้าทุ่ง
เพราะจะกระทบกับเกษตรกรที่อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยจะเริ่มพร่องน้ำออกจากเขื่อนขุนด่านปราการชล
และเขื่อนลำนางรอง 30 ล้าน ลบ.ม./วัน เช่นเดียวกับเขื่อนเจ้าพระยาที่ขณะนี้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นวันละ
1 เซนติเมตร จำเป็นต้องระบายน้ำออกอย่างน้อยที่สุด 200 ลบ.ม./วินาที
ซึ่งจะทำให้น้ำในเจ้าพระยาที่สิงห์บุรีเพิ่มขึ้น 20 เซนติเมตร และที่พระนครศรีอยุธยา 30-40 เซนติเมตร” นายรอยลกล่าว
       
       นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันฯ กล่าวว่าจะมีการประสานกับ กทม. ปริมณฑล
รวมทั้งหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เกิดการประสานงานในภาพรวม
ทั้งนี้ทางกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้า

โดยมีผู้ว่าฯ เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ และให้แต่ละอำเภอตั้งศูนย์ประสานงานขึ้นมา
เพื่อระดมกำลังเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครจัดวางกระสอบทราย และเครื่องสูบน้ำในพื้นที่น้ำท่วมขัง
โดยเฉพาะพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ ย่านชุมชน โรงงานอุตสาหกรรม และโบราณสถานเอาไว้ให้พร้อม

...........................
       

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 23, 2013, 07:28:43 PM โดย admin »
   

Group: ผู้ดูแลระบบ
วีรบุรุษนักโพสต์
*****

+1/-0
กระทู้: 10306
น้ำท่วมถนนสู่ภาคเหนือ-พิจิตรเดือดร้อนหนักปิดโรงเรียน 6 แห่ง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   24 กันยายน 2556 10:56 น.   


พิจิตร - สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพิจิตรยังไม่ทุเลา น้ำป่าจากเทือกเขายังไหลเข้าท่วมล่าสุด
ถนนทางหลวงหมายเลข 11 ถูกน้ำท่วม การเดินทางขึ้นเหนือเป็นไปด้วยความยากลำบาก
โดยเฉพาะในจังหวัดพิจิตรโรงเรียนต้องปิดไม่มีกำหนดไปอีก 6 แห่ง
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ฝนที่ตกลงต่อเนื่องของจังหวัดพิจิตรและ
น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ได้ไหลบ่าเข้าสู่คลองวังแดง อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร
โดยปริมาณน้ำป่าได้เอ่อล้นตลิ่งไหลหลากเข้าท่วมพื้นผิวการจราจรและเข้าท่วมชุมชนตลาดทับคล้อ
ทำให้ประชาชนรวมถึงย่านเศรษฐกิจร้านค้าในชุมชน ปั๊มน้ำมัน ต่างต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินสิ่งของมีค่า
และสัตว์เลี้ยงต่างๆ หนีน้ำขึ้นไปไว้บนที่ปลอดภัยกันอย่างอลหม่าน
       
       นอกจากนี้ ตลอดจนเส้นทางคมนาคมถนนทางหลวงหมายเลข 113 ตะพานหิน-เขาทราย
บริเวณก่อนถึงหน้าที่ว่าการอำเภอ และที่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 66-67 ทางหลวงหมายเลข 11
เขาทราย-วังทอง ที่เป็นเส้นทางมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือน้ำได้ท่วมผิวการจราจรรถเล็กไม่สามารถใช้เส้นทางได้
ระดับน้ำท่วมสูงเฉลี่ย 30-50 เซนติเมตร และท่วมถนนหนทางเป็นระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร
โดยปริมาณน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รถเล็กไม่สามารถผ่านได้
       
       ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยกู้ภัยได้นำกรวยยางและแผงสัญญาณไฟมาวางแบ่งช่องจราจร
พร้อมกับติดตั้งป้ายเตือนเพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนดังกล่าว
       
       ในส่วนของ นายพงษ์ชัย ไทยวรรณศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตรเขต 2 เปิดเผยว่า
ขณะนี้ได้ประกาศปิดโรงเรียน 6 แห่งของเขตอำเภอทับคล้อที่ถูกน้ำท่วม คือ ร.ร.อนุบาลทับคล้อ ร.ร.วัดวังหินเพลิง
ร.ร.ชุมชนสายดงยาง ร.ร.วัดวังแดง ร.ร.บุรพรัตน์วิทยาคาร ร.ร.บ้านใหม่ราษฎร์ดำรงแล้ว
พร้อมทั้งได้สั่งกำชับครูให้เตือนผู้ปกครองให้ระมัดระวังบุตรหลานห้ามลงเล่นน้ำที่ไหลเชี่ยวอย่างเด็ดขาด

....................................

น้ำคลองรังสิตฯเอ่อท่วมแล้ว3ตำบล


ที่มา:Post today 24 กันยายน 2556 เวลา 11:28 น.


น้ำคลองรังสิตเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนแล้ว3ตำบล ผู้ใหญ่บ้านชี้เหตุจากเครื่องสูบน้ำระบายลงเจ้าพระยามีน้อย

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. สถานการณ์ของระดับน้ำในคลองรังสิต ช่วงระหว่างประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์
ถึงประตูระบายน้ำปากคลองรังสิต เริ่มล้นตลิ่ง หลังจากมีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน และ
มีการสูบน้ำจากประตูน้ำจุฬาลงกรณ์เข้ามาเติม โดยบ้านเรือนประชาชนที่พื้นบ้านอยู่ต่ำกว่า
ระดับถนนได้เริ่มถูกน้ำเข้าท่วมแล้ว ซึ่งประชาชนต่างทยอยขนย้ายสิ่งของ

ด้านของนาย ปิยะศักดิ์ สิทธิธรรม ผู้ใหญ่บ้าน ม. 4 ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี กล่าวว่า
สาเหตุที่ระดับน้ำภายในคลองรังสิต ประยูรศักดิ์ ช่วงระหว่างประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์
ถึงประตูระบายน้ำปากคลองรังสิต มีสภาพที่ล้นเอ่อท่วมริมตลิ่ง เป็นเพราะว่า
ทางประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้ทำการระบายน้ำจากฝั่งธัญบุรีมาลงที่ช่วงนี้
โดยเดินเครื่องสูบน้ำทั้งหมด 12 ตัว บวกกับ ที่ประตูระบายน้ำคลองเปรมเหนือ
ก็สูบน้ำมาลงที่นี่ โดยใช้เครื่องสูบน้ำอีก 3ตัว  รวมเครื่องสูบน้ำทั้งหมดทั้งหมด 15 เครื่อง
ที่สูบน้ำมาลงที่นี่ แต่ทางประตูระบายน้ำปากคลองรังสิต เดินเครื่องสูบน้ำ
เพื่อระบายออกแม่น้ำเจ้าพระยาเพียง 4 เครื่อง ทำให้ไม่สมดุลกันส่งผลให้มีปริมาณน้ำล้นตลิ่ง

ขณะที่ชาวบ้าน ต.บ้านใหม่ ต.หลักหก และ ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี ได้รวมตัวกันที่ประตูระบายน้ำ
และสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต โครงการส่งน้ำและบำรุงน้ำรักษารังสิตใต้ สำนักชลประทานที่ 11
กรมชลประทานปากคลองรังสิต ตั้งอยู่เชิงสะพานข้ามคลองวัดเทียนถวาย ต.บ้านใหม่
ที่เพิ่งสร้างเสร็จด้วยงบประมาณเกือบ 500 ล้านบาท มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำไว้จำนวน 20 เครื่อง
แต่เครื่องสูบน้ำได้จริงแค่ 8 เครื่อง นอกนั้น ติดตั้งท่อเปล่าๆไว้เพราะยังไม่มีงบประมาณจัดหาเครื่อง
และประตูน้ำก็ไม่ปิด ทำให้น้ำที่สูบออกจากประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์
ไหลลงคลองรังสิตเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนริมคลองรังสิต จำนวน 3 ตำบล กว่า 1,000 หลังคาเรือน

...........................................

ถนนจมน้ำเพิ่มเป็น 32 สาย สะพานแยกสะแกกรัง-เขาพะแวง จ.อุทัยชำรุดรถผ่านไม่ได้

กรมทางหลวงเผยถนน 16 จังหวัดถูกน้ำท่วมเพิ่มเป็น 32 สาย ทางหลวง 3320 (สะแกกรัง – เขาพะแวง)
จ.อุทัยธานี สะพานชำรุด รถผ่านไม่ได้ บางแห่งระดับน้ำสูงถึง 70 ซม.
       
       นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่า
ถนนของกรมทางหลวงที่ต้องประสบภาวะน้ำท่วมจนถึงวันที่ 24 กันยายน เพิ่มเป็น 32 สายทาง (รวม 34 แห่ง)
ในพื้นที่ 16 จังหวัด โดยรถสัญจรผ่านได้ 27 แห่ง และไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 7 แห่ง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ 4 จังหวัด
ซึ่งต้องหลีกเลี่ยงไปไปใช้เส้นทางของกรมทางหลวงชนบท(ทช.) แทน
เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทาง ประกอบด้วย
       
       จังหวัดอุทัยธานี ทางหลวงหมายเลข 3319 บันไดสามขั้น - ทัพทัน ท้องที่อำเภอทัพทัน
ช่วงกม.ที่ 17 - 18 ระดับน้ำสูง 70 เซนติเมตร , ทางหลวงหมายเลข 3456 หนองกระดี่ - คลองข่อย
ท้องที่อำเภอสว่างอารมณ์ ช่วงกม.ที่ 3 - 4 ระดับน้ำสูง 70 เซนติเมตร
       
       จังหวัดสุรินทร์ ทางหลวงหมายเลข 226 ลำน้ำชี - สุรินทร์ ท้องที่อำเภอเมืองสุรินทร์
ช่วงกม.ที่ 163 - 164 ระดับน้ำสูง 60 เซนติเมตร, ทางหลวงหมายเลข 226 สำโรงทาบ - ห้วยทับทัน
ท้องที่อำเภอสำโรงทาบ ช่วงกม.ที่ 232 - 234 ระดับน้ำขาเข้าสูง 50 เซนติเมตร
       
       จังหวัดบุรีรัมย์ ทางหลวงหมายเลข 224 หนองต้อ - ตาเมียง ท้องที่อำเภอโคกกวด
ช่องน้ำชำรุด กม.ที่ 169 ให้ใช้ทาง อบต.แทน
       
       จังหวัดศรีสะเกษ    ทางหลวงหมายเลข 226 ห้วยทับทัน - ศรีสะเกษ ท้องที่อำเภอเมือง
ช่วงกม.ที่ 268 - 269 ระดับน้ำสูง 45 เซนติเมตร , ทางหลวงหมายเลข 294 ทางเลี่ยงเมืองศรีสะเกษ
ท้องที่อำเภอเมือง ช่วงกม.ที่ 1 - 2 ระดับน้ำสูง 35 เซนติเมตร
       
       ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางของผู้ใช้รถใช้ถนน
ที่จำเป็นต้องสัญจรบนถนนทางหลวงในเขตพื้นที่ประสบอุทกภัย
ขอให้โปรดใช้ความระมัดระวังในการใช้เส้นทางเพิ่มขึ้นด้วย และ
ให้สอบถามเส้นทางก่อนเดินทางอย่างน้อย 1 ชั่วโมง หรือทุกระยะในการเดินทาง
สำหรับประชาชนที่ต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง การจราจร หรือต้องการความช่วยเหลือ
สามารถโทรศัพท์ไปได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง ตลอด 24 ชั่วโมง1586


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   24 กันยายน 2556 16:15 น

...............................

แม่น้ำมูลล้นตลิ่งไหลท่วม 11 ชุมชน โรงเรียนปิดแล้ว 2 แห่ง-ชาวบ้านเร่งอพยพ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   24 กันยายน 2556 13:16 น.

อุบลราชธานี - ชาวบ้านสองฝั่งแม่น้ำมูล 11 ชุมชนถูกน้ำท่วมสูงเฉลี่ย 1-1.50 เมตร
เริ่มอพยพมาอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว ขณะที่โรงเรียน 2 แห่งปิดการเรียนการสอน
ด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยคาดการณ์แนวโน้มน้ำในแม่น้ำมูลจะมีระดับสูงขึ้นอีก
เตือนประชาชนที่อยู่ตามที่ราบลุ่มให้อพยพแล้ว
       
       วันนี้ (24 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวจังหวัดอุบลราชธานีรายงานว่า
ระดับน้ำในแม่น้ำมูลจังหวัดอุบลราชธานีวันนี้สูงขึ้นจากเมื่อวาน 31 เซนติเมตร เป็น 7.68 เมตร
ทำให้มีน้ำล้นตลิ่งสูง 68 เซนติเมตร อัตราไหลของน้ำมีความเร็ว 2,784 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
มากกว่าความจุของลำน้ำที่ 2,360 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
       
       ทำให้น้ำล้นตลิ่งไหลท่วมบ้านเรือนสองฝั่งแม่น้ำมูลในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ
และเทศบาลนครอุบลราชธานี รวม 11 ชุมชน และน้ำยังไหลท่วมถนนเชื่อมชุมชนหลายแห่ง
รถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านไปได้ ระดับน้ำยังไหลท่วมโรงเรียนชุมชนบ้านหาดสวนยา และ
โรงเรียนชุมชนบ้านท่าบ้งมั่ง สูงกว่า 30 เซนติเมตร โรงเรียนได้สั่งปิดการเรียนการสอนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
       
       ช่วงเช้าชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนบ้านท่าบ้งมั่ง ดีงาม เกตุแก้ว
ได้เริ่มขนย้ายสิ่งของอพยพออกมาอยู่บริเวณหน้าสำนักงานที่ดินอำเภอวารินชำราบ
ซึ่งสำนักงานเทศบาลเมืองวารินชำราบตั้งเป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพราะ
ระดับน้ำท่วมบ้านสูงเฉลี่ย 1-1.50 เมตร และระดับน้ำยังมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ
       
       นายครรชิต คงสมของ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า
ขณะนี้จังหวัดอุบลราชธานีมีพื้นที่ถูกน้ำท่วมแล้ว 17 อำเภอ ประชาชนกว่า 41,900 ครอบครัวได้รับความเดือดร้อน
และระดับน้ำในแม่น้ำมูลมีแนวโน้มสูงขึ้นอีก และจะมีระดับน้ำล้นตลิ่งสูงสุดประมาณ 1 เมตรในวันที่ 26 ก.ย.ศกนี้
เพราะมีน้ำเหนือจากจังหวัดศรีสะเกษ และสุรินทร์ไหลมาสมทบ
       
       จึงประกาศให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามที่ลุ่มสองฝั่งแม่น้ำมูลอพยพขนทรัพย์สินออกจากที่พักอาศัยเพื่อความปลอดภัย

...........................

บางบาลน้ำสูง2ม.พบคนป่วยช่วยไม่ทันดับคาบ้าน

ที่มา:Post today24 กันยายน 2556 เวลา 15:43 น.


น้ำท่วมพื้นที่อ.บางบาลกรุงเก่าสูง2เมตร ชายป่วยโรคถุงลมโป่งพองหายใจไม่ออกเสียชีวิตกระทันหันช่วยไม่ทัน

นายสมจิตร สุขกรุง  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ต.บางบาล อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมอาสาสมัครกู้ภัยอยุธยา
นำเรือวิ่งผ่านกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราด ระดับความสูง 2 เมตร ไปรับศพนายกิม สามารถ
จากบ้านเลขที่ 31หมู่ที่ 2 ต.บางบาล  ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคถุงลมโป่งพอง เมื่อคืนกลางดึก
หลังมีอาการหายใจไม่ออกอย่างกะทันหัน และญาติไม่สามารถพาไปโรงพยาบาลได้ทันเวลา
ด้วยน้ำจากเจ้าพระยาไหลเข้าตามคลองบางบาลและท่วมชุมชนสูง
 
นอกจากนี้พบว่าตามประเพณีท้องถิ่นคนชราเสียชีวิตในบ้านพักจะต้องมีการตั้งสวดพระอภิธรรมศพที่บ้าน
แต่ครั้งนี้ไม่สามารถทำได้  เพราะน้ำท่วมสูง  อีกทั้งจะนำศพไปที่วัดบางบาลในชุมชน
ก็ไม่สามรถทำได้อีก ด้วยวัดและเมรุเผาศพ  ถูกน้ำท่วมสูงเช่นกัน จึงนำเป็นต้องเคลื่อนศพไปยังวัดยม
ซึ่งเป็นวัดกลางทุ่งนา น้ำยังท่วมไม่ถึง แต่ตั้งอยู่ห่างไปอีก 4 กิโลเมตร เพื่อเป็นสถานที่สวดและเผาศพตามประเพณีต่อไป
。。。。。。。。。。。。。


น้ำท่วมโบราณสถานภาคกลางหลายแห่ง


ที่มา:Post today 24 กันยายน 2556 เวลา 15:51 น.

กรมศิลปากร รายงาน โบราณสถานประเภทวัด เจดีย์ภาคกลางถูกน้ำท่วมหลายแห่ง เฝ้าระวังอีก 6 จุด

นายเอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร รายงานสถานการณ์น้ำท่วมที่กระทบโบราณสถานจากสำนักศิลปากร 15 แห่ง
พบว่า ในส่วนของภาคเหนือยังไม่พบว่ามีโบราณสถานถูกน้ำท่วม ขณะที่สำนักศิลปากรที่ 11 อุบลราชธานี แจ้งว่า
ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเกิดน้ำท่วมฉับพลัน เจ้าหน้าที่ได้สูบน้ำออกจาพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังแล้ว
อาคารและโบราณวัตถุไม่ได้รับความเสียหาย

ส่วนพื้นที่สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี รายงานว่า ยังไม่พบสถานการณ์น้ำท่วม
แต่จากการประเมินเบื้องต้นโบราณสถานที่มีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมและต้องเฝ้าระวังมีทั้งหมด 6 แห่ง ได้แก่
พระสมุทรเจดีย์ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ป้อมแผลงไฟฟ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ
วัดกุฏิ (ท่าแร้ง) อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี วัดเพชรสมุทรวรวิหาร อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม
วัดเกาะศาลพระ อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี และวัดใหญ่จอมปราสาท อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

ขณะที่ สำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี รายงานว่า ในพื้นที่ วัดป่าเลไลย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี มีน้ำท่วมขัง
เนื่องจากเขื่อนด้านหน้าริมแม่น้ำพังตั้งแต่ปีก่อน แต่ยังไม่ได้แก้ไข ทำให้น้ำกัดเซาะถึงฐานเจดีย์ของวัด
ส่วนที่ จ.สุพรรณบุรี พบว่าที่วัดแค อ.เมือง น้ำจากแม่น้ำท่าจีนเข้าท่วมวิหารและเจดีย์รายสูง 25 เซนติเมตร
และที่วัดปู่บัว อ.เมือง น้ำจากแม่น้ำท่าจีนเข้าท่วมบริเวณฐานเจดีย์ สูง 70 เซนติเมตร ส่วนที่วัดสำปะซิวและ
วัดโพธิ์คลาน อ.เมือง น้ำจากแม่น้ำท่าจีนเข้าท่วมจนไม่สามารถเข้าไปได้ ขณะที่วัดพระรูป อ.เมือง
มีน้ำท่วมขังเจดีย์ด้านที่ติดแม่น้ำ รวมถึงที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ขณะนี้มีน้ำท่วมขังลานประทักษิณสูง 50 เซนติเมตร

สำหรับ พื้นที่ของสำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย รายงานว่า อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร พบ
โบราณสถานที่ได้รับผลกระทบ 3 แห่ง ได้แก่ วัดหนองพิกุลกำแพงแก้วที่มุมทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ของวัดบางส่วนจมน้ำที่ล้นออกมาจากคูน้ำรอบวัด และวัดซุ้มกอ มีน้ำขังอยู่โดยรอบวัด รวมถึงป้อมทุ่งเศรษฐี
พบว่ามีน้ำท่วมขังทั่วทั้งโบราณสถาน

อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ภาคใต้และพื้นที่อื่นจากรายงานยังไม่พบว่ามีโบราณสถานถูกน้ำท่วมแต่อย่างใด

。。。。。。
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 24, 2013, 04:34:19 PM โดย admin »
   

Group: ผู้ดูแลระบบ
วีรบุรุษนักโพสต์
*****

+1/-0
กระทู้: 10306
น้ำท่วมศรีสะเกษเดือดร้อน3.5แสนคน

น้ำท่วมศรีสะเกษ 19 อำเภอเดือดร้อน 3.5 แสนคนเสียชีวิต 3 ราย

นายสุขสันต์ บุญโทแสง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ (ปภ.) กล่าวว่า
ขณะนี้ จ.ศรีสะเกษ มีพื้นที่ประสบอุทกภัย จำนวน 19 อำเภอ 119 ตำบล 1,173 หมู่บ้าน
คิดเป็น 43.92% ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 85,934 ครัวเรือน 350,888 คน
ในจำนวนนี้พบผู้เสียชีวิต 3 ราย และมี 3 อำเภอ ที่ยังไม่ประสบภัย ได้แก่ อ.กันทรารมย์ บึงบูรพ์
และ ศิลาลาด ส่วนพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 159,520 ไร่
บ้านเรือนราษฎรสิ่งสาธารณูปประโยชน์ได้รับผลกระทบเป็นบริเวณกว้าง ถนนเสียหาย 155 สาย
สะพาน คอสะพาน 6 แห่ง ฝาย ทำนบ 6 แห่ง วัด 9 แห่ง โรงเรียน 4 แห่ง และโรงพยาบาล 1 แห่ง

นายสุขสันต์ กล่าวอีกว่า สถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากอิทธิพลของดีเปรสชั่น
ทำให้เกิดฝนตกหนักบริเวณอำเภอเมืองศรีสะเกษ ทำให้ระดับน้ำที่ M.190 บ้านขวาว
อ.อุทุมพรพิสัย ล้นตลิ่ง ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมา

โดยปัจจุบัน ระดับน้ำที่ลำห้วยสำราญมีปริมาณสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และ
เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ 16 ชุมชน
ส่งผลให้เขตเทศบาล จมอยู่ใต้น้ำ ทางจังหวัดจึงอพยพราษฎรบางส่วนไปยังจุดรองรับ
ผู้อพยพที่จัดเตรียมไว้แล้ว โดยคาดว่าปริมาณน้ำจะขึ้นสูงสุดที่สถานี M.9 สะพานขาว
ประมาณ 13.00 – 13.50 ม. ในวันที่ 25-26 ก.ย. นี้

ขณะนี้ระดับน้ำที่สะพานขาว (M9) เมื่อเวลา 06.00 น. วันนี้ (24 ก.ย.) วัดระดับน้ำได้ที่ 13.05 ม.
ล้นตลิ่งอยู่ 4.05 ม. ทำให้ในพื้นที่ลุ่มต่ำถูกน้ำท่วมอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้เนื่องจากปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขา ด้านบนของห้วยสำราญยังคงเพิ่มสูงอยู่
โดยจังหวัดได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ขณะที่เจ้าหน้าที่เขื่อนหัวนา ต.หนองแก้ว อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ
ได้เร่งเปิดบานประตูเขื่อนเพื่อเร่งระบายน้ำแม่น้ำมูลหลังจากที่มีน้ำป่า
จากแนวเทือกเขาพนมดงรักไหลบ่าเอ่อล้นตามลำห้วยต่างๆเข้าท่วม
ในเขตพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง
ล่าสุดจังหวัดศรีสะเกษได้ประกาศอำเภอที่ประสบภัยแล้ว 19 อำเภอ
ซึ่งมวลน้ำทั้งหมดจะไหลลงสู่แม่น้ำมูล โดยพื้นที่อำเภอกันทรารมย์
จังหวัดศรีสะเกษเป็นอำเภอสุดท้ายที่มวลน้ำจะเคลื่อนตัวผ่าน

ที่มา:Posttoday
24 กันยายน 2556 เวลา 21:38 น.
...................


แม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วมสองฝั่งปทุมฯ

น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นท่วมพื้นที่ริมฝั่งปทุมธานี ขณะที่คลองรังสิตระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเพิ่ม

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. มวลน้ำจากอ.บ้านนา จ.นครนายกและอ.วิหารแดง จ.สระบุรี
ไหลมาสมทบแม่น้ำไนเอ่อล้นท่วมชุมชน แสนจำหน่าย ซอย 2 หมู่ 5 ต.ศาลาครุ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี
จมกว่า 40 หลังคาเรือนเดือดร้อนมาแล้วกว่า 2 สัปดาห์ เฉลี่ยถูกน้ำท่วมสูงที่ 80-90 ซม.
ส่งผลทำให้การสัญจรไปมายากลำบาก ขณะที่ประตูน้ำด้านคลองระพีพัฒน์ พบว่า
ระดับน้ำยังสูงกว่าในคลองรังสิตประมาณ 1.30 ซม

ด้านนาย ชาญ พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้ร่วมกับทาง อบต. ศาลาครุ
ก็ได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน และ แก้ไขปัญหาในเบื้องต้นให้กับชาวบ้าน
โดยให้ทาง อบต. ศาลาครุ นำไม้กระดานมายกพื้นขึ้นเป็นทางเดินให้กับชาวบ้านในการสัญจรไปมา

ขณะที่น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วมพื้นที่ริมแม่น้ำทั้ง 2 ฝั่ง ในเขต อ.เมืองปทุมธานีและ อ.สามโคก
โดยทางด้านฝั่งตะวันออก พบว่าน้ำได้เอ่อท่วมวัดโพธิ์เลื่อน หมู่ 1 ต.บ้านกระแชง อ.เมืองปทุมธานี
รวมทั้งโรงเรียนวัดโพธิ์เลื่อน และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.บ้านกระแชง ตั้งอยู่ในบริเวณวัด
ระดับน้ำสูงเกือบ 30 ซม. เป็นเหตุให้ ข้าวของที่เก็บไว้ชั้นล่างเสียหาย

น.ส.จิดาภา บุญสร้างสม  ผู้อำนวยการวัดโพธิ์เลื่อน กล่าวว่า ที่โรงเรียนถูกน้ำท่วมชั้นล่าง
แต่ยังมีห้องเรียนอีก 2 ชั้น ยังเปิดโรงเรียนตามปกติเพราะใกล้สอบปลายภาคเรียน

โดยทาง อบจ.ปทุมธานี สนับสนุนการทำ ห้องน้ำและสะพานทางเดินให้นักเรียนเดินเข้าออกโรงเรียนในเบื้องต้น
นายชาญกล่าวว่าทางอบจ.ปทุมธานีได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนและชุมชน
ที่อาศัยอยู่นอกแนวเขื่อนคันกั้นน้ำ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

โดยให้ยกของขึ้นที่สูง รวมถึงปลั๊กไฟ อีกทั้งอาจจะได้รับผลกระทบจากคลื่นกระทบของเรือด่วน
พร้อมกันนี้ ให้เจ้าหน้าที่ลงไปช่วยเหลือเบื้องต้น โดยการทำสะพานทางเดินและจัดทำตารางน้ำขึ้น-น้ำลง
ของกรมอุทกศาสตร์ ไปประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนรับทราบทุกวัน

ส่วนบริเวณประตูระบายน้ำคลองเปรมรังสิตเหนือ หมู่ 1 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี
เจ้าหน้าที่ชลประทาน ต้องเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่คลองเปรมประชากร ที่รับน้ำมาจาก
อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยการปิดประตูระบายน้ำแล้วทำการสูบออก
ด้วยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 4 เครื่อง เพื่อสูบออกตลอด 24 ชม.
เพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชน โดยการสูบน้ำลงสู่คลองรังสิตประยูรศักดิ์
ให้ไหลออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

นอกจากนี้ที่ชุมชนหน้าวัดบางหลวง หมู่ 4 ต.บ้านฉาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี
ซึ่งเป็นชุมชนที่มีลักษณะคล้ายเกาะ เนื่องจากฝั่งตะวันออกติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา
และฝั่งตะวันตกติดกับคลองบางหลวง ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เอ่อสูง
ได้ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ของชุมชน มีระดับความสูงประมาณ 30-40 ซม.

นางอรสา ภุมกาญจน์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ต.บ้านฉาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี กล่าวว่า
ชุมชนตั้งอยู่คล้ายเกาะกลางแม่น้ำเพราะมีแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองบาง หลวงล้อมรอบ
โดยช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีน้ำเอ่อเข้าท่วมชุมชนที่มีอยู่กว่า 200 หลังคาเรือน
แต่ระดับน้ำยังคงขึ้นๆ ลงๆ อยู่ แต่วันนี้ระดับน้ำสูงมากขึ้นกว่าเดิม
โดยน้ำจะไม่ค่อยลดลงแล้ว มีแต่จะสูงขึ้นกว่าเดิม ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านในชุมชน
ต่างก็ยกข้าวของขึ้นที่สูงหมดแล้ว

นายธีรวุฒ กลิ่นสุขุม นายกเทศบาลนครรังสิต กล่าวว่า ในเขตพื้นที่เทศบาลนครรังสิต
อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ว่า

ขณะนี้ระดับน้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ได้เพิ่มสูงมากขึ้นเนื่องจากมีน้ำไหลมาจากองครักษ์
จ.ดนครนายก และน้ำจากคลองซอยต่าง ๆ ตั้งแต่คลองหนึ่ง ถึงคลองสิบห้า ฝั่งทิศเหนือ
ที่ติดกับคลองระพีพัฒน์ ได้มีการเปิดประตูน้ำระบายลงคลองรังสิต
ทำให้ระดับน้ำในคลองเพิ่มขึ้นทำให้น้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนที่ปลูกอยู่ริมคลอง
ทำให้ทางเทศบาลนครรังสิต ได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำตามชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่จำนวน 90 เครื่อง
สูบน้ำภายในชุมชนลงคลองรังสิตและเทศบาลนครรังสิตยังเร่งเดินเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

ส่วนการ ระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ล่าสุดวันนี้ในทุกจุดกรมชลประทานได้เพิ่มการระบายน้ำเกิน
2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเกือบเต็มความจุลำน้ำ โดยที่เขื่อนเจ้าพระยา
ระบายน้ำอยู่ที่ 2,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีซึ่งกรมชลประทานแจ้งว่า
จะเพิ่มการระบายน้ำให้ถึง  2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันที่ 29 ก.ย.


ที่มา:Post today 24 กันยายน 2556 เวลา 20:57 น.
......................


เมืองศรีสะเกษจมเกือบมิดหลังคา พระเดือดร้อน - นำ“เรือเมล์”ให้บริการ ปชช.น้ำท่วม


ศรีสะเกษ- น้ำจากเทือกเขาพนมดงรักทะลักท่วมบ้านปชช.เมืองศรีสะเกษริมลำห้วยสำราญ เกือบมิดหลังคาแล้ว
ขณะพระวัดบ้านเพียนามเดือดร้อนหนักขาดแคลนภัตตาหารและน้ำดื่ม ทางด้านจังหวัดฯ นำ “เรือเมล์”
มาให้บริการปชช.ที่ถูกน้ำท่วมเข้าออกมาตามชุมชน 8 สาย ตลอด 24 ชม.
       
       เมื่อเวลา 17.00 น. วันนี้ ( 24 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสะพานขาว อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ
น้ำจากลำห้วยสำราญที่ไหลมาจากเทือกเขาพนมดงรักได้เอ่อล้นทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน
ที่อาศัยอยู่ติดกับลำห้วยสำราญ โดยระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำท่วมถึงหลังคาบ้านแล้วจำนวนประมาณ 15 หลัง
ต้องพากันหอบข้าวของหนีน้ำท่วมมาอยู่บริเวณข้างถนน ซึ่งเทศบาลเมืองศรีสะเกษได้นำเอาเต็นท์มากาง
เพื่อให้ประชาชนที่ถูกน้ำท่วมบ้านได้พักอาศัยเป็นการชั่วคราว
       
       ขณะเดียวกันที่บริเวณบ้านเพียนาม ต.หนองไผ่ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ปรากฏว่า
น้ำจากคลองเพียนามได้ไหลทะลักเข้าบ้านเรือนไร่นาประชาชน และท่วมถนนบริเวณสะพาน
ระดับน้ำสูงจากสะพานประมาณ 40 เซนติเมตร (ซม.) ทำให้รถเล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้สะดวก
และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดการจราจรบริเวณนี้แล้วเนื่องจากเกรงจะไม่ปลอดภัย
       
       นอกจากนี้ น้ำยังได้ไหลทะลักเข้าไปท่วมวัดบ้านเพียนาม ซึ่งอยู่ติดกับคลองเพียนาม
ทำให้พระสงฆ์สามเณร ประมาณ 20 รูป ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักเนื่องจากไม่สามารถออกไปบิณฑบาตได้
เพราะต้องใช้เรือในการเดินทางออกจากวัดเท่านั้นทำให้ขาดแคลนภัตตาหารและน้ำดื่ม
ซึ่งทางราชการได้นำเอาน้ำดื่มไปถวายเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแล้ว
       
       ทางด้านนายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า
เพื่อเป็นการให้การช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ
ทาง จ.ศรีสะเกษจึงได้นำ “เรือเมล์” มาให้บริการประชาชนที่ถูกน้ำท่วมตามชุมชนต่าง ๆ
โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 24 ก.ย. เป็นต้นไปและให้บริการประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง
       
       โดยมีเส้นทางดังนี้ สายที่ 1 จากหน้าเรือนจำ จ.ศรีสะเกษ-หมู่บ้านศิริทรัพย์ทวีโชค-สาธารณสุขอำเภอ
เข้าซอย 8 ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน และชุมชนหนองเม็ก
       
       สายที่ 2 ซอยข้างปั๊มน้ำมันคาลเท็กส์ - โรงเรียนเทศบาล 4 - วัดโนนสำนัก และชุมชนสะพานขาวขนมจีน
       
       สายที่ 3 บริเวณหน้าหมู่บ้านจตุรโชค-วัดป่าโนนทรายทอง-ชุมชนโนนทรายทอง-ชุมชนหนองหล่ม
       
       สายที่ 4 ชุมชนท่าเรือ - ชุมชนสนามเป้า - สำนักงานประมง
       
       สายที่ 5 สวนสุขภาพหนองอุทัย - เข้าชุมชนหนองอุทัย - ชุมชนโนนกลาง
       
       สายที่ 6 ชุมชนหนองหมูเส้นทางบริเวณข้างถนน
       
       สายที่ 7 สามแยกครัวคุณแม่ บริการภายในชุมชนหนองบัว
       
       และ สายที่ 8 จากข้างห้างบิ๊กซี - ชุมชนโนนสวรรค์ โดยจะมีพลขับเรือ(ชุด ERT ของ ปภ.) 1 คน
ผู้ช่วยเป็นทหาร 2 นาย มีไฟฉาย 2 กระบอก สปอตไลท์ 1 อัน นกหวีด 15 อัน พร้อมเสื้อชูชีพ 15 ตัว / เรือ 1 ลำ
จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนชาวศรีสะเกษไปใช้บริการได้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   24 กันยายน 2556 20:09 น.

.....................


น้ำท่วม! ทำชาวบ้าน 2 ตำบลในทุ่งหลวง เกือบยกพวกปะทะ ผู้ว่าฯรุดยุติเหตุ

ร้อยเอ็ด - น้ำท่วมทำชาวบ้าน 2 ตำบลในอำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด
เดือดเกือบยกพวกปะทะกัน ฝ่ายหนึ่งต้องการตัดถนนเพื่อระบายน้ำ แก้น้ำท่วม
แต่อีกฝ่ายไม่ยอมเพราะต้องการใช้สัญจรข้ามตำบล และการตัดถนนยังพัดเอาดินที่นาหายไปกับน้ำด้วย
ด้านผู้ว่าฯรุดยุติศึกเสนอทางออกให้ชลประทาน แก้ไขประตูระบายน้ำให้สามารถใช้การให้แล้วเสร็จภายใน 2 วันเพื่อแก้ปัญหา
       
       บ่ายวันนี้ (24 ก.ย.) นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด
พร้อมกับนายธวัชชัย ยาหิรัญ นายอำเภอทุ่งเขาหลวง นายภูเบศ ฝอยทอง
หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำ ชลประทานร้อยเอ็ด
เดินทางไปยุติความขัดแจ้งของชาวบ้านใน 2 ตำบลของ อ.ทุ่งเขาหลวง
ซึ่งต่างยกพวกเดินทางไปประจันหน้ากันที่บริเวณประตูระบายน้ำห้วยดางเดียว
ของชลประทานร้อยเอ็ด ที่บ้านอีโก่ม ต.บึงงาม อ.ทุ่งเขาหลวง โดยชาวบ้านใน
2 ตำบลเกิดความขัดแย้งอย่างหนักด้วยสาเหตุอันสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบ
จากน้ำท่วมขังนาข้าวและกำลังจะท่วมเข้าหมู่บ้าน
       
       ทั้งนี้ นายสุเทพ จันทภูมิ กำนันบึงงาม และนายสมบัติ สุดานิช นายก อบต.บึงงาม อ.ทุ่งเขาหลวง
และตัวแทนชาวบ้านต่างฝ่ายต่างมีความเห็นไม่ตรงกันกรณีจะทำการตัดถนนเพื่อระบายน้ำ กล่าวว่า
จากการที่ฝนตกหนักหลายวันติดต่อกัน ปรากฏว่า น้ำกำลังขึ้นสูง และประตูระบายน้ำของชลประทานทั้ง
8 บานชำรุดไม่สามารถยกบานเพื่อระบายน้ำได้ ทำให้น้ำเริ่มท่วมนาข้าว ในพื้นที่ 5 ตำบล
กำลังจะได้รับความเสียหายเกือบ 4,000 ไร่ และกำลังจะท่วมไปถึงหมู่บ้านอีก 22 หมู่บ้าน
รวมทั้งที่ว่าการอำเภอ,สถานีตำรวจ.,โรงพยาบาล อ.ทุ่งเขาหลวง
หากไม่มีการขุดถนนออกให้สามารถระบายน้ำได้
       
       ในขณะที่ทางด้านนายสมศักดิ์ ทูลธรรม ผู้ใหญ่บ้านอีโก่ม ต.เทอดไทย อ.ทุ่งเขาหลวง กล่าวว่า
ตนเองและชาวบ้านไม่เห็นด้วยกับการตัดถนนเพื่อระบายน้ำ เพราะจะสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน
ในการสัญจรไปมา ของผู้ใช้เส้นทางต.เทอดไทย อ.ทุ่งเขาหลวงและ อีก 3 ตำบล ของ อ.อาจสามรถ
ร้อยเอ็ด ที่จะเดือดร้อนจากการเดินทางอ้อมไปอีกกว่า 100 กม. ทำให้เวลา และ
สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นวันละกว่า 500 บาท เป็นคาน้ำมันเชื่อเพลิง
       
       ในขณะที่นางมุธิตา ธงศาสตร์ ชาวบ้านที่ร่วมคัดค้านการตัดถนนว่า ตนไม่ยอมเด็ดขาด
เพราะการตัดถนน ให้น้ำไหลผ่าน จะพัดเอาที่นาของตนเองหายไปด้วย ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีการตัดถนน
ได้พัดเอาที่นาตนหายไปเกือบ 2 ไร่ ยังหาคนรับผิดชอบไม่ได้ จึงไม่ยอมให้ตัดถนนเด็ดขาด และ
เสนอว่าหากจะแก้ปัญหาคือทางชลประทานต้องเร่งซ่อมบานประตูให้เปิดน้ำได้ หากแก้ไม่ได้
ก็ขอยื่นคำขาดว่า ให้ชลประทานฯรื้อประตูน้ำทิ้งไปเพื่อเป็นการแก้ปัญหาความขัดแย้ง
       
       ซึ่งผลการเจรจาระหว่างชาวบ้านทั้งสองฝ่ายใช้เป็นหลายชั่วโมง ในที่สุดนายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม
ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดได้เสนอข้อสรุปว่า ทางชลประทานจังหวัดรับปากว่าจะเร่งแก้ไขปัญหา
บานประตูน้ำทั้ง 8 บานให้สามารถเปิดประตูระบายน้ำได้ภายในเวลา 2 วันนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา
ความขัดแย้งของทั้ง 2 ฝ่าย โดยในระหว่างนี้ ให้มีการจัดตั้งเวรยามเฝ้า และห้ามแตะต้องตัดถนนโดยเด็ดขาด
ชาวบ้านทั้งสองฝ่ายจึงยอมรับฟังและสลายตัวไป

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   24 กันยายน 2556 18:52 น.   
.............
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 24, 2013, 11:57:28 PM โดย admin »
   

Group: ผู้ดูแลระบบ
วีรบุรุษนักโพสต์
*****

+1/-0
กระทู้: 10306
น้ำป่าหลากรอบสองท่วมปราจีนฯทั้งจังหวัด


น้ำป่าจากเขาใหญ่หลากรอบสองหลังฝนตกหนักในพื้นที่ ส่งผลให้จังหวัดปราจีนบุรีเจอน้ำท่วมทั้งจังหวัด 7 อำเภอ

เมื่อวันที่ 25 ก.ย.สถานการณ์น้ำท่วม จ.ปราจีนบุรี ได้ขยายวงกว้างมากขึ้นหลังจากที่เกิดฝนตกหนัก
ในพื้นที่ส่งผลให้มีน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่หลากลงมาท่วมซ้ำอีกครั้ง ส่งผลให้มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมเพิ่มขึ้นอีก
 2 อำเภอคือ อ.ศรีมโหสถ และ อ.บ้านสร้าง จากเดิมที่มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมทั้งสิ้่น 5 อำเภอได้แก่ อ.นาดี อ.กบินทร์บุรี
 อ.ศรีมหาโพธิ และ อ.เมือง มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 314 หมู่บ้าน

ในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี น้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรีได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนตลาดเก่าเทศบาลตำบลกบินทร์
อ.กบินทร์บุรีทั้งชุมชนสูงกว่า 1.50-2.00 เมตร ทำให้ต้องใช้เรือเท่านั้นในการเดินทางเข้า-ออกเท่านั้น

น.ส.จิตรา  พรหมชุติมา ผู้ว่าฯจ.ปราจีนบุรีกล่าวว่า จากที่ฝนตกลงมา
น้ำจากอ.นาดีที่ไหลผ่านแควหนุมานลงสมทบกับแควพระปรงที่ต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรีทำให้
ระดับน้ำที่ล้นตลิ่งแต่เดิม 1.40 เมตร เพิ่มระดับเป็น 1.47 เมตร น้ำกลับมาท่วมสูงอีกครั้งเป็นรอบ 2 
รวมถึงพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ พื้นที่รับน้ำต่อเนื่องกัน
 
“ผลกระทบน้ำท่วมในขณะนี้มี ประชาชนเดือดร้อนรวม  19,179 ครัวเรือน
พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมรวมกว่า 42,428 ไร่ ถนน รวม 116 สาย
โรงเรียนถูกน้ำท่วม รวม 16แห่ง วัดรวม 31แห่งสัตว์เลี้ยง 12,379ตัว มีผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วม 1 คน"น.ส.จิตรากล่าว

ทั้งนี้ทางจังหวัดได้ร่วมกับกองทัพภาคที่ 1 นำกำลังทหารจากมณฑลทหารบกที่ 12 ,
กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ หน่วยกู้ภัย อพปร.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)
และทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือประชาชนแล้ว

ด้านนายอนุชา สระกำ กำนัน ต.บ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า
หมู่บ้านรวม 7 หมู่ที่ตั้งติดริมแม่น้ำปราจีนบุรีถูกน้ำล้นตลิ่งท่วมแล้วทั้งหมด 
โดยชาวบ้าน วัด โรงเรียนที่ถูกน้ำท่วมได้เตรียมขนย้ายสิ่งของ
ตั้งเต๊นท์ไว้บนถนนก่อนล่วงหน้าแล้วเนื่องจากพบภาวะน้ำท่วมทุก ๆ ปี

ที่มา:Posttoday25 กันยายน 2556 เวลา 20:54 น.
。。。。。。。。。。


น้ำมูลล้นตลิ่งเอ่อท่วมอุบลราชธานีแล้ว 200 ครัวเรือน ชาวบ้านต้องอพยพออกจากพื้นที่

เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ระดับน้ำมูลที่สะพานเสรีประชาธิปไตยจังหวัดอุบลราชธานีสูง 8.10 เมตร
ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากเมื่อเวลา 06.00 น.อีก 10 เซนติเมตร ซึ่งสูงกว่าระดับตลิ่งแล้ว 1.10 เมตร
ซึ่งเป็นน้ำที่รับต่อมาจาก บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ ทำให้ประชาชนริม 2 ฝั่งแม่น้ำมูลทั้งในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี
และเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี กว่า 200 ครอบครัวเร่งช่วยกันขนย้ายข้าวของออกมาอยู่
ณ จุดอพยพ ที่หน่วยงานราชการจัดไว้ให้ โดยเฉพาะริมถนนอุบลวารินชำราบ เชิงสะพานเสรีประชาธิปไตย และ
เชิงสะพานรัตนโกสินทร์ 200 ปี ต.วาริน อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี และบริเวณหลังสำนักงานที่ดินอำเภอวารินชำราบ

นายสุชาติ เรือนเงิน เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันเทศบาลเมืองวารินชำราบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า
เทศบาลเมืองวารินชำราบ พร้อมด้วย กำลังพลจากมณฑลทหารบกที่ 22 ได้ช่วยกันนำเต็นท์ สังกะสี และ
อุปกรณ์ก่อสร้างอื่นๆ จำนวนมาก มาจัดสร้างเป็นศูนย์อพยพชั่วคราว เพื่อรองรับประชาชนที่ประสบอุทกภัย
ณ บริเวณข้างสำนักงานที่ดินอำเภอวารินชำราบ ซึ่งในช่วงน้ำหลากของทุกปี น้ำจากแม่น้ำมูลจะไหลเข้าท่วมที่อยู่อาศัยของราษฎร
ที่อยู่ริมน้ำ หลายชุมชนในเบื้องต้นได้รับรายงานน้ำท่วมแล้ว 4 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนท่าก่อไผ่ ชุมชนหาดสวนยา ชุมชนเกตุแก้ว
และ ชุมชนท่าบ้งมั่ง ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการช่วยเหลือและอพยพผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วม มายังศูนย์อพยพเป็นการเร่งด่วน
สำหรับศูนย์อพยพชั่วคราวแห่งนี้ นอกจากจะให้ที่พักผ่อนหลับนอนแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่ดูแลด้านสุขภาพ และการให้บริการด้านสาธารณูปโภค แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมด้วย

ขณะที่ชาวบ้านชุมชนหาดคูเดื่อ ต.แจระแม อ.เมืองอุบลราชธานี ต้องรีบเก็บสิ่งของไว้ที่สูง
เนื่องจากระดับน้ำมูลที่ล้นตลิ่งได้ไหลท่วมชุมชนหาดคูเดื่อสูงกว่า 50 เซนติเมตร ถนนทางเข้าชุมชนไม่สามารถใช้การได้
ชาวชุมชนที่มีร้านจำหน่ายอาหารกว่า 40 ร้าน ต้องปิดให้บริการ ทำให้ชุมชนสูญเสียรายได้วันละกว่า 1 แสนบาท

ที่อ.นาเยีย จ.อุบลราชธานี ปริมาณน้ำในลำโดมใหญ่จากอ.เดชอุดม ที่ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่อ.นาเยีย
จำนวนมากส่งผลให้ ถนนเส้นทางนาเยีย-นาส่วง บริเวณคอสะพานห้วยไพรน้อย ถูกกระแสน้ำเซาะขาด
โดยนายปรัชญา นารถน้ำพอง ผู้อำนวยการแขวงการทางอุบลราชธานีที่ 2 เดินทางมาตรวจสอบแล้วสั่งห้าม
ไม่ให้รถทุกชนิดผ่านแล้ว เกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อประชาชนที่สัญจรไปมา เนื่องน้ำได้กัดเซาะถนนคอสะพานขาด
พร้อมเร่งส่งรถแบ็กโฮ มาคอยเฝ้าระวังสถานการณ์ และเร่งซ่อมแซมทำสะพานแบริ่งชั่วคราวให้ประชาชนได้ใช้เส้นทางสัญจรชั่วคราว


ที่มา:Posttoday 25 กันยายน 2556 เวลา 19:59 น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 25, 2013, 10:25:14 PM โดย admin »
   

Group: ผู้ดูแลระบบ
วีรบุรุษนักโพสต์
*****

+1/-0
กระทู้: 10306
กรมป้องกัน สรุป 29 จังหวัดประสบอุทกภัย คลี่คลายแล้ว 5 จังหวัด ด้าน ปภ.ปราจีนฯเผย กบินทร์บุรี,ศรีมหาโพธิยังวิกฤต

ปภ.สรุปน้ำท่วม24จังหวัด-กบินทร์บุรี,ศรีมหาโพธิยังวิกฤต


นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2556
ถึงปัจจุบันเกิดสถานการณ์อุทกภัย รวม 29 จังหวัด แต่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 5 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ชุมพร
ประจวบคีรีขันธ์ นครราชสีมา และกาฬสินธุ์ ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 24 จังหวัด
 
โดยแยกเป็น น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมขัง 21 จังหวัด 170 อำเภอ ประกอบด้วย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 จังหวัด
ได้แก่ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ อำนาจเจริญ ชัยภูมิ ยโสธร และมุกดาหาร ภาคเหนือ 6 จังหวัด ได้แก่
พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี ภาคกลาง 3 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี สระบุรี ชัยนาท
ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก และฉะเชิงเทรา ส่วนสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยาและ
แม่น้ำท่าจีนล้นตลิ่ง 3 จังหวัด 15 อำเภอ ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และสุพรรณบุรี
 
อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 26 - 29 กันยายน 2556 ตรวจสอบพบว่ามีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ
ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ประสานให้จังหวัดแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามสถานการณ์
อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ และจัดหน่วยเคลื่อนที่พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย
 
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีห่วงใยสถานการณ์อุทกภัย จึงได้เน้นย้ำให้ความสำคัญกับการดูแลชีวิตความเป็นอยู่และ
ความปลอดภัยของ ประชาชนเป็นหลัก โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ รวมถึงจัดบริการด้านการแพทย์
สาธารณสุข ระบบสาธารณูปโภคแก่ผู้ประสบภัย ป้องกันพื้นที่สำคัญ เช่น โรงพยาบาล สถานศึกษา
โบราณสถาน รวมถึงจัดเรือและรถบรรทุกขนาดใหญ่ให้บริการด้านการสัญจรในพื้นที่ประสบภัย

ซึ่งในวันที่ 29 กันยายน 2556 นายกรัฐมนตรีได้มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจระบบการระบายน้ำที่วัดโบสถ์
อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
 
ด้านนาย ชาญชัย อตมศิริกุล หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี
เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดปราจีนบุรี ล่าสุด ว่า ขณะนี้ระดับน้ำในพื้นที่ยังคงอยู่ในระดับวิกฤต
สูงสุดที่ 11 เมตร 41 เซนติเมตร โดยเฉพาะที่อำเภอกบินทร์บุรีและอำเภอศรีมหาโพธิ และ
ไหลเข้าท่วมบริเวณภายในตลาดท่าประชุม ส่งผลให้บรรดาร้านค้าต่างๆต้องเก็บสินค้าขึ้นที่สูง
และเคลื่อนย้ายบางส่วนออกจากพื้นที่เพื่อป้องกันความเสียหาย ซึ่งทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
โดยมีการตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือ พร้อมทั้งนำเรือและรถบรรทุกยกสูงเข้าไปบรรเทาทุกข์ประชาชน
ขณะเดียวกันก็มีการแจกจ่ายยาเพื่อดูแลป้องกันโรคที่อาจมากับน้ำท่วม


ที่มา:Post today26 กันยายน 2556 เวลา 14:02 น.

.....................

มวลน้ำทะลักท่วมปราจีนฯวิกฤตซ้ำ


มวลน้ำจากสระแก้วและอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทะลักท่วมปราจีนบุรีซ้ำรอบ 3
กรมชลเผยระดับน้ำจะสูงสุดช่วงวันที่ 27-28 ก.ย.

เมื่อวันที่ 26 ก.ย. มวลน้ำจากจ.สระแก้วและจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ไหลมาสมทบ
กับน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรี ก่อนจะเอ่อเข้าท่วม อ.กบินทร์บุรี  อ.นาดี อ.ศรีมหาโพธิ ฮ.ประจันตคาม
อ.บ้านสร้าง และอ.เมืองปราจีนบุรี ซ้ำอีกครั้งเป็นรอบที่ 3 โดยเฉพาะที่ อ.กบินทร์บุรี
ตั้งแต่ช่วงเช้าปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอีกกว่า 30 เซนติเมตร ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมเลวร้ายลงไปอีก

ขณะที่บ้านโคกขี้เหล็ก หมู่ 9 ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี บ้านเรือนกว่า 120 หลังคาเรือนจมอยู่ใต้น้ำสูง 3-4 เมตร

ด้านนายสมศักดิ์ จันทร์แวว ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 9 บ้านท่าขี้เหล็ก กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมปีนี้รุนแรงกว่าทุกปี
กระแสน้ำมาเร็วจนชาวบ้านเก็บข้าวของหนีไม่ทัน ระดับขณะนี้ได้เพิ่มสูงขึ้นอีก ทำให้ถนนถูกน้ำท่วม
ชาวบ้านต้องอาศัยเรือหางยาวและเรือพายเป็นพาหนะสัญจร

นอกจากนี้ที่วัดโพธิ์ทอง หมู่ 4 ต.บ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ  พบพระสงฆ์ เจ้าอาวาสลูกวัดอยู่ด้วยความยากลำบาก เ
พราะออกไปรับบิณฑบาตรไม่ได้

ด้าน ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานว่า
สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำปราจีนบุรีที่สถานีKGT3 อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี คาดว่า
ระดับน้ำจะสูงสุดช่วงวันที่ 27-28 ก.ย.โดยจะสูงกว่าระดับปัจจุบัน 20-50 ซม.

ที่มา:Post today
26 กันยายน 2556 เวลา 21:30 น.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 26, 2013, 11:06:29 PM โดย admin »
   

Group: ผู้ดูแลระบบ
วีรบุรุษนักโพสต์
*****

+1/-0
กระทู้: 10306
แม่น้ำมูลสูงอีกน้ำไหลท่วมถนนเชื่อมอุบลฯ-วารินชำราบ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   28 กันยายน 2556 13:10 น.   


อุบลราชธานี-จังหวัดอุบลราชธานี อ่วม! แม่น้ำมูลยังขึ้นไม่หยุด ประชาชนในที่ราบลุ่ม 2 ฝั่งแม่น้ำ
ในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ และเทศบาลนครอุบลราชธานี ต้องอพยพแล้วกว่า 800 ครอบครัว
และมีพื้นที่เกษตรกรรมที่คาดจะเสียหายจากน้ำท่วมครั้งนี้กว่า 280,000 ไร่ ขณะที่ความช่วยเหลือ
จากหน่วยงานต่างๆ ทยอยเข้ามาเรื่อยๆ ไม่หยุด ประชาช่นทั้ง 23 อำเภอ เป็นพื้นที่ประสบภัยฉุกเฉิน
ในความเสียหายที่เกิดขึ้น
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 ก.ย.) ระดับน้ำแม่น้ำมูล ที่สะพานเสรีประชาธิปไตยสูงขึ้นจากเมื่อวานอีก
23 เซนติเมตร ทำให้มีระดับน้ำสูง 8.71 เมตร และน้ำล้นตลิ่งสูง 1.71 เมตร ทำให้ระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นไหลท่วม
ถนนเชื่อมระหว่างเทศบาลนครอุบลราชธานี กับเทศบาลเมืองวารินชำราบ โดยถนนเส้นดังกล่าวเป็นถนนสายใหม่
สร้างขึ้นรองรับการจราจรแออัดของถนนสายหลัก โดยมีระดับน้ำท่วมเกือบทั้งสายสูง 30-50 เซนติเมตร
ทำให้รถเล็กที่เคยใช้เส้นทางต้องกลับรถวกไปใช้เส้นทางสายหลักแทน
       
       สำหรับปัจจุบัน มีชาวชุมชนในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ 14 ชุมชน ถูกน้ำท่วม และต้องอพยพแล้ว
578 ครอบครัว ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 2,531 คน ส่วนเทศบาลนครอุบลราชธานี มีชุมชนถูกน้ำท่วมแล้ว
12 ชุมชน มีบ้านถูกน้ำท่วม 1,398 ครอบครัว อพยพแล้ว 269 ครอบครัว ประชากร 871 คน
ซึ่งการช่วยเหลือเทศบาลทั้ง 2 แห่ง ได้จัดตั้งศูนย์อพยพกระจายอยู่ใกล้ชุมชนแต่ละแห่ง
เพื่อความสะดวกในการกลับเข้าไปดูแลทรัพย์สินในบ้าน
       
       ด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุบลราชธานี สรุปตัวเลขความเสียหายที่เกิดขึ้นใน
23 อำเภอ 112 ตำบล 2 เทศบาล 1,130 หมู่บ้าน/ชุมชนกว่า 91,00 ครอบครัว และอพยพแล้ว
1,294 ครอบครัว พื้นที่เกษตรกรรมที่คาดว่าจะเสียหายหลังน้ำลดกว่า 281,000 ไร่ บ่อปลา 2,049 บ่อ
ถนน 109 สาย สะพาน 17 แห่ง วัด 6 แห่ง และโรงเรียน 3 โรง ซึ่งจังหวัดได้ประกาศให้พื้นที่ทั้ง 23 อำเภอ
เป็นพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมฉุกเฉินแล้ว
       
       ส่วนการช่วยเหลือมีการมอบถุงยังชีพพระราชทาน และถุงยังชีพขององค์กรมูลนิธิเอกชน
และหน่วยงานรัฐให้ประชาชนไปแล้วกว่า 23,000 ชุด ยาเวชภัณฑ์อีก 41,000 กล่อง

.....................................

นาข้าวปราจีนบุรีถูกน้ำท่วม หลังถนนคันคลองชลประทานขาดเสียหายแสนไร่

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   28 กันยายน 2556 12:05 น.


ปราจีนบุรี - นาข้าวปราจีนบุรีถูกน้ำท่วม หลังถนนคันคลองชลประทานขาด เสียหายแสนไร่
ล่าสุด ท่วมแล้ว 7 อำเภอ ขณะที่รถไฟปราจีนบุรี-อรัญประเทศ ยังงดเดินรถ
       
       วันนี้ (28 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.ปราจีนบุรี ว่า ยังน่าเป็นห่วง
เนื่องจากถนนชลประทาน หมู่ 3 ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี ถูกน้ำเซาะอย่างหนักจนขาดกว้างประมาณ 40 เมตร
น้ำทะลักอย่างรวดเร็วเข้าทุ่งนา ต.วังดาล นาข้าวจมน้ำนับแสนไร่
       
       นอกจากนี้ ถนนยังถูกน้ำกัดเซาะเสี่ยงขาดอีกจุด ชาวบ้านต้องช่วยกันนำดินมาถมให้แน่นขึ้น
สำหรับถนนชลประทานสายดังกล่าว มีความยาวประมาณ 15 กิโลเมตร สร้างด้วยคันดินอัดแน่นกว้าง 6 เมตร
ยาวตลอดแม่น้ำปราจีนบุรี ระหว่าง ต.กบินทร์ ไป ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี และ ต.บ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ
       
       ขณะนี้ถือว่าสถานการณ์หนักที่สุด มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมแล้ว 7 อำเภอ หนักสุดที่ อ.กบินทร์บุรี
ชุมชนตลาดเก่าริมแม่น้ำปราจีนบุรี น้ำท่วมสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวบ้านกว่า 200 ครอบครัว
ถูกตัดขาด ตลาดเทศบาลตำบลกบินทร์ และย่านการค้าน้ำท่วมทั้ง 5 ชุมชน สูงเกือบ 2 เมตร
       
       ส่วนพื้นที่รอบนอกเขตเทศบาลตำบลกบินทร์บุรี น้ำท่วมถนน 304 มวลน้ำจากแควพระปรงที่ไหลลงคลองนางเลง
เอ่อล้นถนนตลอดแนวสะพานบ้านนางเลง หมู่ 5 ต.เองเก่า อ.กบินทร์บุรี ระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ระดับน้ำเพิ่มขึ้นกว่า
30 เซนติเมตร ส่วนรถไฟสายปราจีนบุรี-อรัญประเทศ ยังคงหยุดเดินรถชั่วคราวเนื่องจากมีน้ำท่วมราง และล่าสุด
น้ำท่วมนิคมอุสาหกรรม 304 แล้ว
........................


อุทัยธานีคันกั้นน้ำพังน้ำทะลักท่วม2หมื่นไร่

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 28 กันยายน 2556 14:40

น้ำท่วมหนัก อุทัยธานีคันกั้นน้ำพัง น้ำทะลักเข้าท่วมที่นาของชาวบ้าน 2 หมื่นไร่

นายสุรศักดิ์ วงษ์นาค นายก อบต.หนองไผ่แบน อ.เมือง จ.อุทัยธานี เปิดเผยว่า
ที่ผ่านมามาได้นำชาวบ้านทำการเสริมแนวถนนคันกั้นน้ำ ริมตลิ่งแม่น้ำตากแดด
หมู่ที่ 1 ต.หนองไผ่แบน อ.เมือง จ.อุทัยธานี เพื่อรักษาพื้นที่นาขาวเอาไว้
แต่ปรากฏว่า 22.00 น. ของวันที่ 27 ก.ย. คันดินที่เสริมไว้ตลอดแนวตลิ่งได้พังทลาย
เป้นทางยาว3 เมตร และขยายวงกว้างเป็น 50 เมตร ส่งผลให้น้ำจากแม่น้ำตากแดด
ที่ระบายจากเขื่อนวังร่มเกล้าไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่นาของชาวบ้าน ในพื้นที่ 2 ตำบล คือ
ต.หนองไผ่แบน และ ต.โนนเหล็ก อ.เมือง คิดเป็นเนื้อที่กว่า 20,000 ไร่
ความแรงของกระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก ทำให้ไม่สามารถจะปิดกั้นได้และระดับน้ำ
ที่ทะลักเข้าท่วมยังมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง คาดว่าจะส่งผลต่อบ้านเรือนและถนนหลายสายในหมู่บ้าน

......................


เขตเทศบาลเมืองนางรองท่วมสูงสุด 1 เมตร เผยปภ.สรุปยอดเดือดร้อนทั้งจังหวัด 5.8 หมื่นครัวเรือน

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 5 ชุมชน เขตเทศบาลเมืองนางรอง อ.นางรอง ประกอบด้วย ชุมชนจะบวก ,
ชุมชนถนนหัก , ชุมชนวัดร่องมันเทศ , ชุมชนวัดหัวสะพาน และชุมชนวัดใหม่เรไรทอง
ระดับน้ำท่วมสูงตั้งแต่ 50 เซนติเมตร จนถึง 1 เมตร ได้เอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรแล้วกว่า 150 หลังคาเรือน
ชาวบ้านต้องเร่งอพยพขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ทั้งยังมีถนนในเขตเทศบาลถูกน้ำท่วมอีกหลายสาย
บางสายท่วมสูงเกินกว่า 60 เซนติเมตร จนต้องปิดเส้นทางไม่ให้รถสัญจร

โดยเฉพาะชาวบ้านที่บ้านสูง ชุมชนวัดใหม่เรไรทอง กว่า 20 ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อนหนักที่สุด
หลังถูกน้ำเอ่อท่วมบ้านเรือน ไร่นา และถนนล้อมรอบหมู่บ้านสูงกว่า 1 เมตร
จนต้องติดเกาะถูกตัดขาดจากโลกภายนอกมาแล้ว 2 วัน จนทางเทศบาลเมืองนางรองต้องนำเรือ
ไปไว้ใช้ในการสัญจรเข้า-ออก หมู่บ้านเพียงอย่างเดียว หากจะเข้าในตัวอำเภอ เพราะระดับน้ำท่วมยังมีแนวโน้มสูงขึ้น

นายณัฐวัฒน์ อ่อนสุวรรณ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า
จังหวัดก็ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจากอุทกภัยแล้ว 22 อำเภอ
จากที่ทั้งจังหวัดมีทั้งหมด 23 อำเภอ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ113 ตำบล 1,010 หมู่บ้าน
ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 58,825 ครัวเรือน ประชากร 256,847 คน

...........
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 12, 2013, 05:45:20 PM โดย admin »
   
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1] 2
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »


 

Theme © PopularFX | Based on PFX Ideas! | Scripts from iScript4u กันยายน 03, 2014, 09:05:12 AM

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 1.765 วินาที กับ 21 คำสั่ง