JSSR WEBBOARD
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ยินดีต้อนรับ,บุคคลทั่วไป. 'กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.'
กรกฎาคม 29, 2014, 01:38:37 PM
ข่าว:

หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: ทฤษฎีราคา และกลไกราคา สัมพันธ์กันอย่างไร  (อ่าน 1401 ครั้ง)

Group: ผู้ดูแลระบบ
วีรบุรุษนักโพสต์
*****

+1/-0
กระทู้: 10021
คัดลอกจาก
http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=66d8284d4dbe1d70

ลืม 30 ส.ค2552

กลไกราคาคืออะไร

ในระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม หรือเเบบตลาด การดำเนินงานเเละการตัดสินใจทางเศรษฐกิจล้วน
เป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดสรรทรัพยากรให้แก่ทุกคนในระบบเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงกัน กล่าวคือ
ราคาจะทำหน้าที่คล้ายเป็นสัญญาณให้ผู้ผลิตและผู้ขายทราบว่า สินค้าและบริการในตลาดเกิดการ
ขาดแคลนหรือมีมากจนล้นตลาด ดังนั้น ราคาจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ภาวะทางตลาดทำงาน
ไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการทำงานของราคาสินค้านี้ เราเรียกว่า กลไกราคา ซึ่งเป็นเครื่องมือที่
สะท้อนถึงภาวะการเเข่งขันกันขเครอบครองสินค้าและบริการระหว่างผู้ซื้อเเละผู้ขาย
     
อนึ่ง ราคราจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามภาวะตลาด ซึ่งขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานในขณะนั้น

,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,

โดย guruthailand

คัดลอกจากhttp://guru.google.co.th/guru/thread?tid=2e4aacfe93971526&clk=wttpcts

ทฤษฎีราคา และกลไกราคา สัมพันธ์กันอย่างไร

โดยสรุปคือ สอดคล้องกันครับ คำว่าทฤษฎีจะหมายถึงหลักการในเชิงวิชาการ
(เพื่อให้เห็นภาพทั้งหมดของสิ่งที่กำลังศึกษา และประยุกต์ใช้ในสภาพแวดล้อมต่างๆ)
ขณะที่คำว่ากลไก มักพูดถึงในแง่ของตัวเครื่องมือ ไปค้นมาฝากครับ

http://bchirawat.google.com/reviews/item/14

ทฤษฎีราคาอธิบายถึงบทบาทของอุปสงค์และอุปทานที่มีต่อการกำหนดราคาสินค้าและ
บริการต่างๆ ในตลาด  โดยอยู่บนเงื่อนไขระบบเศรษฐกิจเสรีและตลาดแข็งขันสมบูรณ์
ขณะที่กลไกราคาเกิดจากอุปสงค์ของผู้บริโภคและอุปทานของผู้ผลิตถ้าสภาพการณ์อื่นๆ
คงที่ ปริมาณการซื้อ การผลิตสินค้าจะเปลี่ยนแปลงตามภาวะราคาสินค้านั้น

อุปสงค์ Demand จะแสดงถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคในการซื้อสินค้า ผู้บริโภคจะซื้อลดลง
ถ้าราคาเพิ่มขึ้น แต่จะซื้อมากขึ้น ถ้าราคาลดลง

อุปทาน Supply เป็นการแสดงถึงพฤติกรรมของผู้ผลิต ผู้ผลิตจะเพิ่มปริมาณการผลิต
ถ้าราคาเพิ่มขึ้น แต่จะลดปริมาณการผลิต ถ้าราคาลดลง

ราคาดุลยภาพ คือระดับราคาที่ความต้องการเสนอซื้อเท่ากันพอดีกับความต้องการเสนอขาย
หรือจุดที่ปริมาณอุปสงค์เท่ากับปริมาณอุปทาน   
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,

อุปสงค์ คือ จำนวนสินค้าและบริการที่ผู้ซื้อต้องการซื้อ ณ ระดับราคาต่าง ๆหรือ
ณ ระดับรายได้ต่าง ๆ หรือ ณ ระดับราคาสินค้าอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยปกติจะให้ความสำคัญกับ
เรื่องระดับราคามากที่สุด และเมื่อราคาสินค้าเปลี่ยนแปลงไป จำนวนซื้อสินค้าและบริการชนิด
นั้นก็จะเปลี่ยนแปลงในทิศทางตรงกันข้ามเสมอ ที่เป็นเช่นนี้เพราะผลของราคาซึ่งประกอบด้วยผล
ของการทดแทนกัน และผลของรายได้
         
เส้นอุปสงค์สามารถสร้างได้จากข้อมูลในตารางอุปสงค์ ซึ่งจะแสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคา
และปริมาณซื้อ โดยปกติเส้นอุปสงค์จะเป็นเส้นทอดลงจากซ้ายไปขวา เส้นอุปสงค์สามารถ
เปลี่ยนแปลงไปทั้งเส้น โดยอยู่ทางขวามือหรือทางซ้ายมือของเส้นเดิมก็ได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่
เป็นตัวกำหนดอุปสงค์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่ราคา ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่ทำให้จำนวนซื้อ
มากขึ้นหรือน้อยลง
         
อุปทาน  คือ  จำนวนสินค้าและบริการที่ผู้ขายต้องการขาย  ณ ระดับราคาต่าง ๆ
ซึ่งจำนวนขายจะเปลี่ยนแปลงในทางเดียวกันกับราคาที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นเส้นอุปทาน
ซึ่งเป็นเส้นที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาและจำนวนขาย จึงเป็นเส้นทอดขึ้นจากซ้ายไปขวา
เส้นอุปทานสามารถเปลี่ยนแปลงไปทางซ้ายมือหรือขวามือของเส้นเดิมได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่เป็น
ตัวกำหนดอุปทานอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ราคา ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่จะทำให้จำนวนขายมากขึ้น
หรือน้อยลง
         
ราคาดุลยภาพ  เป็นราคาที่ทำให้จำนวนเสนอซื้อ (อุปสงค์) เท่ากับจำนวนเสนอขาย (อุปทาน)
 ราคาใด ๆ ที่ต่ำกว่าราคาดุลยภาพจะทำให้เกิดอุปสงค์ส่วนเกิน และราคาใด ๆ ที่สูงกว่าราคาดุลยภาพ
จะทำให้เกิดอุปทานส่วนเกิน ราคาดังกล่าว จะปรับเข้าสู่ราคาดุลยภาพและราคาจะไม่เปลี่ยนแปลง
นอกจากจะมีการเคลื่อนย้ายเส้นอุปสงค์ และ/หรืออุปทาน ซึ่งอาจทำให้ราคาดุลยภาพใหม่ และ/
หรือปริมาณดุลยภาพใหม่สูงขึ้นหรือลดลง

อ่านต่อ
คัดจากhttp://lpn.nfe.go.th/web_lpn8/unit3.htm
   
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »


 

Theme © PopularFX | Based on PFX Ideas! | Scripts from iScript4u กรกฎาคม 29, 2014, 01:38:37 PM

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.19 วินาที กับ 21 คำสั่ง