สัพเพเหระ > ข่าวธุรกิจ

พรบ.อีอีซีผ่านฉลุย ‘อุตตม’ตีปีกลุยเมกะโปรเจกท์

(1/1)

admin:

วันเสาร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ติดตามแนวหน้า
 
นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้พิจารณาเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)
เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ... (อีอีซี)แล้ว

มั่นใจว่าจะช่วยสร้างความมั่นใจให้ทั้งนักลงทุนว่าประเทศไทยพร้อมเดินหน้าพัฒนาการลงทุนโครงการต่างๆ
และประชาชนที่จะมีกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ในเบื้องต้นจำนวน 1,000 ล้านบาท
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนา ช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนและชุมชน สร้างสมดุลให้ทุกคนทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์

ขั้นตอนต่อไป สำนักงานอีอีซีจะเร่ง 5 โครงการหลักที่เกี่ยวเนื่องกับโครงสร้างพื้นฐานที่จะเชื่อมระบบราง ถนน น้ำ
และอากาศ เพื่อรองรับการลงทุนในอีอีซี และสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน โดยจะประกาศร่างประกวดราคาจัดซื้อ
จัดจ้าง (ทีโออาร์) ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เพื่อเร่งระดมให้เกิดการลงทุนจริงก่อนเดือนธันวาคม 2561 ได้แก่

1.โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ประกอบด้วย ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา

2.โครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา

3.โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน หรือ MRO

4.โครงการพัฒนาท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 และ

5.โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3

นายอุตตมกล่าวว่า ในเดือนมีนาคมนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกไปโรดโชว์
นักลงทุนทั้งใน และต่างประเทศอย่างเข้มข้น อาทิ ญี่ปุ่น จีน รวมถึงกลุ่มประเทศแถบยุโรป และสหรัฐอเมริกา
โดยจะมีการกำหนดเป้าหมายอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ชัดเจน ทั้งนี้ จะต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบาย
อีอีซีภายใน 60 วัน และต้องแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายอีอีซีภายใน 90 วัน

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบาย (อีอีซี) กล่าวว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นกฎหมายฉบับแรก
ที่ใช้กำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ชัดเจน 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง
ให้สามารถดำเนินการให้สำเร็จโดยเร็ว และใช้เป็นตัวอย่างการพัฒนาพื้นที่อื่นๆ ในอนาคต
หากจะเพิ่มเติมต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกาและขยายได้เฉพาะพื้นที่อื่นในภาคตะวันออก

โดยสาระสำคัญ กำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเป็นองค์กรถาวร
เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการทำภารกิจระยะยาวให้บรรลุเป้าหมาย และมีโครงสร้างบริหารโดยคณะกรรมการนโยบาย
อีอีซีมาจากทุกภาคส่วนทั้งข้าราชการประจำ ภาคเอกชน ผู้ทรงคุณวุฒิ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานรวมทั้งสิ้น 28 ท่าน
เป็นการแจ้งแบบสัญญาเพื่อการทำงานมีประสิทธิภาพ แม้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลในอนาคต จะไม่ยึดติดกับตำแหน่ง

“เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีนักลงทุนทั้งจากญี่ปุ่น และจีนที่รอให้มีการตรากฎหมายดังกล่าว
ตัดสินใจเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น มั่นใจว่าปีนี้จะสามารถผลักดันให้อุตสาหกรรมเป้าหมาย
ยื่นคำขอรับส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่อีอีซีมากกว่า 3 แสนล้านบาท
ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเดิมที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
คาดการณ์ไว้ จากมูลค่าคำขอรับส่งเสริมการลงทุนปีนี้ทั้งปีคาดไว้ที่ 7.2 แสนล้านบาท
และคาดว่าจะมีการลงทุนเกิดขึ้นจริงภายในปีนี้ 30-40% จากคำขอรับส่งเสริมการลงทุนปีก่อนที่มี 2 แสนล้านบาท”
นายคณิศกล่าว

ติดตามแนวหน้า

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ตอบ